ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 556 จุด โยกเข้ากลุ่มเฮลท์แคร์-สินค้าอุปโภคบริโภค

HoonSmart.com >> ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 556 จุด สลับกลุ่มเข้าเฮลท์แคร์และสินค้าอุปโภคบริโภค

ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ปิดบวก ฟื้นตัวจากช่วงที่ร่วงลงในช่วงต้น เนื่องจาก นักลงทุนที่กังวลเกี่ยวกับหุ้น AI ได้โยกย้ายเงินลงทุนออกและหันไปลงทุนใน Eli Lilly, UnitedHealth และหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ขณะที่ประเมินข้อมูลเศรษฐกิจ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 52,177.69 จุด เพิ่มขึ้น +556.21 จุด, +1.08%

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,744.06 จุด เพิ่มขึ้น 25.12 จุด, +0.33%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,713.03 จุด เพิ่มขึ้น 20.16 จุด, +0.08%

หุ้นบริษัทผู้ผลิตยา Eli Lilly ปรับตัวขึ้นกว่า 3% ส่วน UnitedHealth เพิ่มขึ้น 2.8% และ Walmart ปรับตัวสูงขึ้น 1.4% หลังจากได้รับการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือโดย Deutsche Bank

โดยหุ้นทั้งสามบริษัทนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้ดัชนี S&P 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายรอบนี้

ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นในกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้น Nike พุ่งขึ้นกว่า 5%

โจ ซาลุซซี หัวหน้าร่วมฝ่ายการซื้อขายหุ้นของบริษัท Themis Trading กล่าวว่า มีการสับเปลี่ยนการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่เกิดขึ้นบ้าง แต่เหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดมาก่อนแล้ว ดูเหมือนว่าจะวนกลับมาทุกสองสามเดือน ประกอบกับมีความกังวลในประเด็นเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

หุ้นเทคโนโลยีหลายตัวปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนตรวจสอบบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างละเอียด เนื่องจากภาระหนี้สินของบริษัทเหล่านี้ทำให้มีความเสี่ยงต่ออัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น

หุ้น CoreWeave พลิกกลับมาฟื้นตัวได้หลังจากที่ Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ได้แสดงความเชื่อมั่นในบริษัทผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลแห่งนี้ โดยก่อนหน้านี้หุ้นเพิ่งเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักจนราคาดิ่งลงถึง 15% เมื่อวันพุธ
แต่หุ้น Nvidia ลดลง 1.8% หลังจาก TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ แสดงท่าทีระมัดระวังต่อ

แนวโน้มในปี 2027 แม้ว่าจะรายงานผลกำไรรายไตรมาสที่ทำสถิติสูงสุดติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งในภาคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็ตาม

หุ้น Dell Technologies (ร่วงลง 6.9% และหุ้น Hewlett Packard Enterprise ปรับตัวลดลง 7.1% โดยผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ทั้งสองรายนี้เผชิญกับภาวะราคาหุ้นดิ่งลงต่อเนื่องจากช่วงการซื้อขายก่อนหน้า ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น

เจด เอลเลอร์บรูก ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนที่ Argent Capital Management กล่าวว่าต้นทุนในการจัดหาเงินทุนสำหรับทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหลังใหม่หรือศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ กำลังปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายสิ่งหลายอย่างในตลาดหุ้น หุ้นที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในขณะนี้ คือหุ้นของธุรกิจที่ไม่ผันแปรตามวัฏจักรเศรษฐกิจหรือธุรกิจเชิงรับ (defensive businesses)

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลงเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับจุดสูงสุดในรอบหลายปี เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่เชื่อมโยงกับราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง

กระทรวงแรงงานรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต เดือนกันยายน โดย ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่า 5.3% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป เพิ่มขึ้น 1.3% สูงกว่า 0.6% นักวิเคราะห์คาดการณ์

ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับขึ้น 5.0 เมื่อเทียบรายปี สูงกว่า 4.4% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เมื่อเทียบรายเดือน เพิ่มขึ้น 0.7% สูงกว่า 0.3% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า บรรดาเทรดเดอร์ในตลาดอัตราดอกเบี้ยประเมินว่ามีโอกาส 67% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินเดือนธันวาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 62% เมื่อวันพุธ
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจอื่น กระทรวงพาณิชย์รายงาน ยอดค้าปลีกเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่า 0.3% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีก เพิ่มขึ้น 6.29%

นอกจากนี้ ยังรายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้น 1,000 ราย มาที่ 199,000 ราย แต่ต่ำกว่า 200,000 รายตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าสองสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ ซึ่งกลายเป็นหลุมหลบภัยสำหรับนักลงทุนทั่วโลกในช่วงที่กระแสการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เริ่มแผ่วลง

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 640.16 จุด เพิ่มขึ้น 2.41 จุด, +0.38%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,840.35 จุด เพิ่มขึ้น 115.49 จุด, +1.08%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,934.7 จุด เพิ่มขึ้น 61.59 จุด, +0.78%

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,382.62 จุด เพิ่มขึ้น 84.01 จุด, +0.33%

หุ้นบริษัท Ericsson ปรับตัวสูงขึ้น 6.8% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนีอ้างอิง หลังจากที่ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม สัญชาติสวีเดนรายนี้ รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สามออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

นักลงทุนต่างฝากความหวังไว้กับช่วงการประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ว่าจะช่วยผลักดันดัชนี STOXX 600 ให้พ้นจากกรอบการเคลื่อนไหวที่จำกัดมาตลอดช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

ดัชนีกลุ่มธุรกิจเฮลท์แคร์ ปรับขึ้น 2.4% โดยเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในดัชนีหลัก ในขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ลดลง 1.5% ซึ่งถือเป็นการลดลงที่มากที่สุด โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นของ Aixtron ผู้ผลิตระบบชิปจากเยอรมนี ที่ร่วงลงถึง 13%

หุ้นในกลุ่มชิปอย่าง Infineon และ Soitec ต่างปรับตัวลดลง 5.2% และ 7.7% ตามลำดับ ส่วน ASML ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับผลิตชิป ก็ลดลง 4.2%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก ต่างเผชิญกับความผันผวน หลังจากข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาดเมื่อวันพุธ ทำให้กังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทที่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมเพื่อนำมาใช้ลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าราคาผู้บริโภคในฝรั่งเศสปรับตัวสูงขึ้น 3.4% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนกันยายน ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ประกาศออกมาในช่วงปลายเดือนกันยายน

ข้อมูลจาก LSEG ชี้ว่า บรรดาเทรดเดอร์มองว่า มีความเป็นไปได้ถึง 87% ที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนธันวาคม หลังจากที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 2 ครั้งในปีนี้ เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่ได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 2.88 ดอลลาร์ หรือ 3.03% ปิดที่ 97.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ

ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนธันวาคมลดลง 14 เซนต์ หรือ 0.13% ปิดที่ 105.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล