HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้บวกท่ามกลางภาวะซื้อขายผสมผสาน แรงกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯร่วง “ตลาดหุ้นเอเชีย” ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย รอข้อมูลเงินเฟ้อที่สำคัญของสหรัฐฯ ท่ามกลางความคาดหวังเพิ่มขึ้น เฟดอาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยมากในปีหน้า
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ (14 ตุลาคม 2569) บวกท่ามกลางภาวะซื้อขายผสมผสาน โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งมีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางตัวก็ดีดตัวกลับขึ้นมาได้หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในวันก่อนหน้า
ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนีNikkei 225 ปรับตัวขึ้น 188.90 จุด หรือ 0.28% จากวันอังคาร มาอยู่ที่ระดับ 67,966.42 จุด ส่วนดัชนี Topix ลดลง 6.04 จุด หรือ 0.15% มาอยู่ที่ระดับ 4,104.63 จุด
ในตลาด Prime Market ซึ่งเป็นตลาดหลัก หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดได้แก่กลุ่มโลหะนอกกลุ่มเหล็ก รวมถึงกลุ่มเยื่อกระดาษและกระดาษ ในขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ณ เวลา 09.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่นค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 158.31-33 เยน เทียบกับระดับ 158.28-38 เยนในตลาดนิวยอร์ก และ 158.21-22 เยนในตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันอังคาร
ณ เวลา 10.03 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 68,193.13 จุด เพิ่มขึ้น 415.61 จุด, +0.61%
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่สำคัญของสหรัฐฯ ท่ามกลางความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากในปีหน้า
ดัชนีหุ้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ MSCI ปรับตัวขึ้น 0.5% แม้จำนวนหุ้นที่ปรับตัวลดลงจะมีมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นก็ตาม
บรรยากาศการลงทุนได้รับแรงหนุนหลังจากนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กกล่าวว่า ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดเพิ่มเติมในปี 2027 แต่ยังคงมองว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้นั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสม
Interest rate futures บ่งชี้ว่าโอกาสที่จะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมนั้นน้อยกว่า 25%
นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการของบริษัทในสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญานเกี่ยวกับทิศทางของธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งได้รับแรงกดดันท่ามกลางความสไม่แน่ใจว่าการใช้จ่ายหลายพันล้านดอลลาร์จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่
สำหระบข้อมูลเศรฐกิจในเอเชีย ดัชนีราคาผู้ผลิตของจีนปรับตัวขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบกว่า 4 ปี โดยเพิ่มขึ้น 5% ในเดือนกันยายน
ซึ่งสูงกว่าระดับ 4.5% ที่นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งสำรวจโดยสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ และปรับตัวขึ้นอย่างมากจากระดับ 3.8% ในเดือนก่อนหน้า
ด้านราคาผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้น 0.9% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1% เล็กน้อย แต่ก็ปรับตัวขึ้นจากระดับ 0.8% ในเดือนก่อนหน้า
ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงขึ้นนี้เกิดขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับภาวะการเติบโตที่ชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี โดยอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสที่ 2 ของปีนี้อยู่ที่ระดับ 4.3% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ชะลอตัวลงในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 โดยอัตราการเติบโตของ GDP ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 5.4% หลังจากที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีเมื่อไตรมาสก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข GDP ดังกล่าวสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งสำรวจโดยสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตที่ระดับ 5%
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,803.33 จุด เพิ่มขึ้น 2.47 จุด, +0.07%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 24,450.49 จุด เพิ่มขึ้น 105.27 จุด, +0.43%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,131.24 จุด เพิ่มขึ้น 95.89 จุด, +1.59%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 48,942.43 จุด เพิ่มขึ้น 601.12 จุด, +1.24%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์หรือ +1.06% ซื้อขายที่ 95.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 1.06 ดอลลาร์ หรือ +1 % ซื้อขายที่ 106.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

