HoonSmart.com>>วันที่ 12 ต.ค. ดัชนี SET ปิดลดลง 5.91 จุด ดีกว่าเกาหลีใต้-จีน นักลงทุนขาย DELTA กังวลสหรัฐฯสอบเดลต้าไต้หวัน ส่วนโรงกลั่นและปิโตรฯทรุดลงหนัก TOP-SPRC-GC ซัพพลายน้ำมันสำเร็จรูปทะลักจากทรัมป์เปิดให้รัสเซียส่งออกดีเซล และจีนอนุมัติโควตาส่งออก ได้แรงเก็บแบงก์ใหญ่พยุงตลาด KBANK,SCB,BBL ต่างชาติซื้อเล็กน้อย 266.90 ล้านบาท
ดัชนี SET ปิดที่ 1,571.74 จุด ลดลง 5.91 จุด หรือ -0.37% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 55,934.03 ล้านบาท ระหว่างวันลงไปต่ำสุดแตะ 1,567.06 จุด ลดลง 10.59 จุด และขึ้นสูงสุดถึง 1,581.13 จุด เพิ่มขึ้น 3.48 จุด
ทางด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อ 266.90 ล้านบาท สถาบันซื้อ 727.26 ล้านบาท พอร์ตบล.ซื้อ 130.83 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนไทยกลับขาย -1,124.99 ล้านบาท
วันนี้ (12-18 ต.ค.2569) ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ
ตลาดหุ้นภูมิภาคมีทั้งบวกและลบ โดยเกาหลีใต้ร่วงหนัก -3.65% และ จีน-2.03% ส่วนไทย-0.37% จากการขายหุ้น DELTA ลดลง 2.24% ปิดที่ 262 บาท กังวลสหรัฐฯ เปิดสอบสวนบริษัทเทคไต้หวันละเมิดสิทธิบัตรในประเด็นสิทธิบัตรระบบจ่ายไฟ (Power Delivery System) สำหรับเทคโนโลยีการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High-Performance Computing – HPC) และชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI Chips)
นอกจากนี้ยังมีแรงขายหุ้นโรงกลั่นและปิโตรเคมี TOP,SPRC ทรุดมากกว่า 5% GC ลดลง 3.70% บล.บัวหลวง มองปัจจัยกดดันหลัก ความกังวลเรื่อง supply กำลังการผลิตใหม่ที่เตรียมทยอยเข้าสู่ตลาดจากทั้งฝั่ง รัสเซีย และ จีน
ทั้งนี้ทรัมป์เปิดให้รัสเซียกลับมาส่งออกน้ำมันดีเซลได้ และจีนอนุมัติโควตาส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และน้ำมันอากาศยาน) จำนวนประมาณ 3.7 ล้านตันในเดือนต.ค.2569
ขณะเดียวกันเริ่มมีแรงซื้อกลับหุ้นแบงก์ หลังจากต่างชาติขายมามากตั้งแต้สัปดาห์ที่ผ่านมา โดย KBANK ,BBL,SCB ปรับตัวขึ้น 1.3% ส่วน KTB ยังไม่ฟื้น ลดลง 0.60%
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1.SCC ปิดที่ 273 บาท เพิ่มขึ้น 5 บาท หรือ +1.87%
2.KBANK ปิดที่ 231บาท เพิ่มขึ้น 3 บาท หรือ +1.32%
3.DELTA ปิดที่ 262 บาท ลดลง 6 บาท หรือ -2.24%
4.KTB ปิดที่ 41.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ -0.60%
5.PTTEP ปิดที่ 150 บาท เพิ่มขึ้น3 บาท หรือ +2.04%
