บล.กสิกรฯให้รอรับ1,525 จุด ลุ้น 3 ปัจจัย สัปดาห์หน้า

HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับ 1,550 และ 1,525 จุด ขณะที่แนวต้าน 1,590 และ 1,615 จุด ติดตาม บจ.ประกาศกำไรไตรมาส 3/69  สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนค่าเงินบาท ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบ  33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (12-16 ต.ค. 2569) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,550 และ 1,525 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,590 และ 1,615 จุด ตามลำดับ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก และผลลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ย. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิตและตัวเลขการส่งออก รวมถึงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค. และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ย. ของยูโรโซน

สัปดาห์ก่อน SET index ปรับตัวขึ้นช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ โดยมีปัจจัยหนุนจากคาดการณ์เรื่องการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในการประชุมเดือนต.ค. นี้ (หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย. ออกมาต่ำกว่าคาด) ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลทยอยคลี่คลายลง รวมถึงมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ และแรงซื้อหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี-โรงกลั่นรับอานิสงส์ราคาน้ำมันในตลาดโลกย่อตัวลงและรายงานข่าวเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในธุรกิจปิโตรเคมี

ในเวลาต่อมาดัชนีหุ้นร่วงลง ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด หลังมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ เตรียมแผนโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ส่งผลให้เกิดแรงขายหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม นอกจากนี้ รายงานข่าวเกี่ยวกับการเตรียมพิจารณาจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศก็เป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมที่กดดันหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมาปธน.โดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยว่า จะยังไม่โจมตีอิหร่านในระยะนี้ ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลลงและหนุนให้ดัชนีหุ้นกลับมาปรับขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์

ในวันศุกร์ที่ 9 ต.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,577.65 จุด เพิ่มขึ้น 0.38% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 62,654.45 ล้านบาท ลดลง 21.36% ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.30% มาปิดที่ระดับ 222.23 จุด

ส่วนค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 12-16 ต.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมัน ทองคำ และบอนด์ยีลด์ทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของ IMF

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือนครั้งใหม่ที่ 33.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ (อ่อนค่าสุดนับตั้งแต่ 27 ก.ค. 2569) สวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีและ 30 ปีปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 24 ปี) และบันทึกการประชุมเฟด ซึ่งสะท้อนท่าทีกังวลเงินเฟ้อ และหนุนการคาดการณ์ว่า แม้เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุม FOMC เดือนต.ค.นี้ แต่มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมก่อนสิ้นปี

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีปัจจัยหนุนทางอ้อมจากการอ่อนค่าของเงินยูโรท่ามกลางความกังวลต่อประเด็นด้านการคลังของหลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากการย่อตัวลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางผ่อนคลายลงบางส่วน (ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า หลังจากได้มีการพูดคุยกับอิหร่าน สหรัฐฯ จะยังไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พ.ย. นี้)

ในวันศุกร์ที่ 9 ต.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.52 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.57 บาท ในวันศุกร์ก่อนหน้า (2 ต.ค.)

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 5-9 ต.ค. 2569 นั้น ขายสุทธิหุ้นไทย 9,505 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 5,122 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 5,124 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 2 ล้านบาท)