ธนาคารกรุงเทพ ผนึก ธนาคารเพอร์มาตา ผสานจุดแข็งไทย–อินโดนีเซีย  ชูบทบาท “แพลตฟอร์ม”

HoonSmart.com>> ธนาคารกรุงเทพ นำทัพผู้ประกอบการไทยบุกตลาดอินโดนีเซีย ในกิจกรรม Bangkok Bank Indonesia Exclusive Trip ชูเครือข่าย Permata Bank กว่า 200 สาขา ครอบคลุม 85 เมืองสำคัญทั่วอินโดนีเซีย เป็นสะพานเชื่อมธุรกิจสองประเทศ รับแรงหนุน Roadmap ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย–อินโดนีเซีย ปี 2569–2573 ที่ตั้งเป้าดันมูลค่าการค้าจาก 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 สู่ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573

 ธนาคารกรุงเทพจัดกิจกรรม  Bangkok Bank Indonesia Exclusive Trip นำลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ รายกลาง และรายปลีกรวม 37 ราย ร่วมพบปะและหารือกับลูกค้าของธนาคารเพอร์มาตา ณ กรุงจาการ์ตา ระหว่างวันที่ 27-30 กันยายน 2569 โดยมีนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นางเมลิสา รุสลี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา ร่วมให้การต้อนรับ นายฮารี ปราโบโว เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย นายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินโดนีเซีย  และนายซานโต ดาร์โมซูมาร์โต อธิบดีกรมกิจการเอเชีย-แปซิฟิกและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ ประเทศอินโดนีเซีย  ร่วมสนับสนุนการเชื่อมโยงลูกค้าธนาคารกรุงเทพ กับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพในอินโดนีเซียเพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุนระหว่างกันอย่างเป็นรูปธรรม

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไทยและอินโดนีเซียเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง มีความสัมพันธ์ทางการค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาคการเกษตร ผลิตภัณฑ์ฮาลาล การทำประมงอย่างยั่งยืน และพลังงานสีเขียว ตลอดจนการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจแบบบูรณาการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) โดยการเชื่อมโยงภาคธุรกิจกับพันธมิตรในท้องถิ่นผ่านเครือข่ายของธนาคารเพอร์มาตาจะช่วยให้ลูกค้าสามารถทำความเข้าใจตลาดท้องถิ่น เข้าถึงพันธมิตรทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาวให้แก่ภาคธุรกิจ ชุมชน และเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

“ผลที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับบริษัทเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยส่งเสริมการกระจายฐานซัพพลายเออร์และฐานลูกค้าของภาคธุรกิจ เพิ่มการลงทุนระหว่างสองประเทศ สร้างความต้องการด้านการเงินให้เติบโตและช่วยสนับสนุนการจ้างงานในท้องถิ่นให้เพิ่มมากขึ้น เพราะอินโดนีเซียถือเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและฐานการผลิตอุตสาหกรรมกำลังขยายตัว ขณะที่นักธุรกิจอินโดนีเซียจะสามารถใช้ประโยชน์จากความร่วมมือกับบริษัทไทยเพื่อเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการผลิต ต่อยอดธุรกิจในสาขาใหม่ ๆ และเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจในอาเซียนได้กว้างขึ้น” นายชาติศิริ กล่าว

นายฮารี ปราโบโว เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย กล่าวว่า เรากำลังก้าวไปไกลกว่าการซื้อขายสินค้าและบริการ เพราะอินโดนีเซียและไทยต่างมีจุดแข็งที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน และนี่คือเวลาที่เราจะนำจุดแข็งเหล่านั้นมาต่อยอดให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม การลงทุนที่เกิดขึ้นจริง และคุณค่าที่แท้จริง ตลอดจนร่วมกันสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจของอาเซียนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินโดนีเซีย กล่าวชื่นชมธนาคารกรุงเทพ สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ปี 2569–2573 (Roadmap on Strategic Partnership between Thailand and Indonesia for 2026–2030) ที่ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันรับรอง และเห็นว่าทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพการลงทุนระหว่างกันที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่อีกมาก กิจกรรมนี้จึงมีส่วนช่วยผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ ผ่านการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างภาคธุรกิจของไทยและอินโดนีเซีย และเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการไทยได้เชื่อมโยงกับคู่ค้าภาคธุรกิจในอินโดนีเซียได้อย่างชัดเจน

ด้าน นางเมลิสา รุสลี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา อินโดนีเซีย กล่าวว่า อินโดนีเซียยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับภาคธุรกิจที่ต้องการขยายธุรกิจในภูมิภาคและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ขณะเดียวกัน เรายังเห็นโอกาสสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการอินโดนีเซียให้ขยายธุรกิจเข้าสู่ประเทศไทยและตลาดอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการผสานเครือข่ายที่แข็งแกร่งในระดับภูมิภาคของธนาคารกรุงเทพเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านตลาดท้องถิ่นของธนาคารเพอร์มาตา จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางธุรกิจระหว่างประเทศ ส่งเสริมการค้าและการลงทุน และสนับสนุนลูกค้าของเราให้สามารถคว้าโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ในภูมิภาคได้อย่างเต็มศักยภาพ

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของธนาคารทั้งสองแห่งที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นสถาบันการเงิน แต่ยังทำหน้าที่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เชื่อมโยงภาคธุรกิจ ตลาด และเงินทุนทั่วภูมิภาคอาเซียน เพิ่มโอกาสด้านการค้า การลงทุน การจ้างงานในตลาดอาเซียนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ปัจจุบันไทยและอินโดนีเซียยังเดินหน้าขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันจากประมาณ 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 สู่เป้าหมายสูงสุด 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ ภาคการเกษตร  ภาคบริการดิจิทัล พลังงานสีเขียว ผลิตภัณฑ์ฮาลาลและสินค้าประมง

 
 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–