HoonSmart.com>> SAFE ฉลอง 20 ปี ชูโมเดล “Prepare–Preserve–Prevent” วางแผนมีบุตรองค์รวม ตั้งเป้า 3 ปี ขยายฐาน 50,000 ครอบครัว พร้อมขยายตลาดสู่องค์ขนาดใหญ่ , สปสช. ดันรายได้เติบโตเฉลี่ย 10 –15%

ปั้นองค์กรโตยั่งยืน ลุยเทคโนโลยีการแพทย์-พัฒนาคน
นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยากขึ้นสู่ปีที่ 20 และในโอกาสขึ้นสู่ทศวรรษ 30 เดินหน้าลงทุน “คน-เทคโนโลยี-ระบบ”
สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจ ปัจจุบัน SAFE มี 5 สาขา โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนใน เทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างรากฐานองค์กรให้แข็งแรงและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เนื่องจาก หัวใจสำคัญของการบริหารคือการสร้าง “DNA ขององค์กร” ให้บุคลากรสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานและยึดถือแนวทางการทำสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะไม่สามารถทำให้ทุกคนมีความสุขหรือประสบความสำเร็จทางการเงินได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่องค์กรต้องการส่งต่อคือแนวคิดและวัฒนธรรมการทำงานที่ถูกต้อง
ที่ผ่านมาองค์กรมีการดึงตัวบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงานจำนวนไม่น้อย แต่สิ่งที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งขององค์กรคือ แม้บุคลากรบางส่วนจะออกไปทำงานที่อื่น แต่ยังคงมีความผูกพันและคิดถึงองค์กร เนื่องจากมีการวางระบบการทำงานที่ชัดเจนและเป็นระบบ
รุกเทคโนโลยีการแพทย์ ดันตรวจโครโมโซม-ยีน
สำหรับด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ นอกเหนือจากเทคโนโลยีด้านการแช่แข็งแล้ว บริษัทให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ โดยเฉพาะ การตรวจโครโมโซมและการตรวจยีน ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการยกระดับการให้บริการทางการแพทย์และการรักษาภาวะมีบุตรยาก
ปัจจุบันบริษัทได้ร่วมเป็นพันธมิตรแบบ Exclusive ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับ Juno Genetics บริษัทจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสาขาในเอเชียอีกแห่งที่กรุงอาบูดาบี
Juno Genetics เป็นบริษัทลูกของ IGIA ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจด้านเด็กหลอดแก้วที่มีขนาดใหญ่ระดับโลก และมีปริมาณการทำ IVF มากกว่า 100,000 ไซเคิลต่อปี สะท้อนถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและองค์ความรู้ทางการแพทย์ในระดับสากล
การร่วมมือดังกล่าวจึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาเสริมศักยภาพธุรกิจในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ชู 3 โมเดล Prepare + Preserve+ Prevent
ซีอีโอ SAFE ชูแนวคิด “The Next Chapter of Fertility” โดยมี 3 โมเดล คือ Prepare (เตรียมพร้อม) Preserve (รักษาทางเลือก) และ Prevent (ป้องกันล่วงหน้า) เพื่อตอบโจทย์เส้นทางการมีบุตรของครอบครัวยุคใหม่ โดยยกตลาด เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (IVF) เติบโตสวนกระแสภาวะการเกิดลดลงทั่วโลก ยกกรณีศึกษาประเทศญี่ปุ่น สัดส่วนเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์กลับพุ่งสูงถึง 1 ใน 8 คนของเด็กเกิดใหม่ทั้งหมด สอดรับกับรายงาน Global Market Insights ที่ประเมินตลาด IVF โลกขยายตัวแตะกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ชี้ว่าตลาดไทยเติบโตแตะ 6,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนผ่านสู่บริการแบบ Full Patient Journey อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การประเมินภาวะเจริญพันธุ์ในวัยหนุ่มสาว การฝากเซลล์สืบพันธุ์ การตรวจคัดกรองพันธุกรรม ไปจนถึงการย้ายตัวอ่อนแช่แข็งเมื่อพร้อม ตอกย้ำนิยามใหม่ที่มองการมีบุตรเป็นการลงทุนซื้อเวลาและบริหารความเสี่ยงเพื่อความสมบูรณ์ของครอบครัวในอนาคต
ตั้งเป้า 3-5 ปี ขยายฐานสู่ 50,000 ครอบครัว
SAFE ตั้งเป้าขยายฐานการดูแลครอบครัวจาก 40,000 ครอบครัว สู่ 50,000 ครอบครัว ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า พร้อมผลักดันการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 10-15% ต่อปี โดยมีกลยุทธ์สำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ การเติบโตของตลาด Preserve และ Prevent ที่คนรุ่นใหม่หันมาฝากไข่ ฝากสเปิร์ม และตรวจยีนกันมากขึ้น และการขยายฐานคนไข้ต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนถึง 50% ของคนไข้ทั้งหมดของบริษัทฯ สู่ตลาดใหม่เพิ่มเติม และทุกเทคโนโลยีที่นำเข้ามา ทุกงานวิจัยและเครือข่ายแล็ปพันธุศาสตร์ที่เราสนับสนุน มีเป้าหมายสูงสุด คือการนำไปสู่ ‘Healthier Baby’ ส่งมอบเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง เพื่อสร้างรากฐานครอบครัวที่มั่นคง
ขยายฐานลูกค้าองค์กร – สปสช.
นพ.วิวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัท ฯ เร่งขยายตลาดลูกค้าในประเทศ ให้เข้าถึงองค์กรขนาดใหญ่ สนับสนุน 3 โมเดลข้างต้น รวมทั้งการเข้าถึงการรักษาของผู้มีสิทธิ์ สปสช. (30 บาท รักษาทุกโรค) คาดปีหน้าจะเริ่มเห็นรายได้เข้ามา ผ่านสาขาและคลีนิค ในกลุ่ม
” การโควกับรัฐบาล , สปสช. การทำ IUI (ฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก) ภายใต้สิทธิประโยชน์ของ สปสช. กำหนดอัตราจ่ายจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อครั้ง เป็นการสร้างช่องทางให้คนไข้รู้จัก SAFE มากขึ้น ซึ่งเป้าหมายของบริษัท คือการขยายตลาดให้เติบโนทั้งยอดขายและกำไร ตั้งเป้าการเติบโตปี 2570 ระดับ 10-15% ” นพ.วิวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
