HoonSmart.com>>ราคาหุ้น “อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์” หรือ “TIPAK” เข้าเทรดวันแรกด้วยราคา IPO 1.85 บาท เปิดซื้อขาย ราคาร่วงไปแตะ 1.67 บาท ลดลงกว่า 8% เวลา 10.58 น.เคลื่อนไหวอยู่ที่ 1.70 บาท ทุ่มลงทุน 100 ล้านบาทอัปเกรดเทคโนโลยี
บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์’ (TIPAK) หนึ่งในผู้นำการพัฒนา ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทย เข้าเทรดวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยราคา IPO 1.85 บาท เปิดซื้อขาย ราคาร่วงไปแตะ 1.67 บาท ลดลงกว่า 8% เวลา 10.58 น.เคลื่อนไหวอยู่ที่ 1.70 บาท ลดลง 8.11%

นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าทีบริหาร บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ (TIPAK) เปิดเผยว่า บริษัทฯ นำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรก 5 ตุลาคม 2569 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวดเป็นหุ้นสินค้าอุตสาหกรรม/บรรจุภัณฑ์ โดยมั่นใจว่าด้วยศักยภาพของบริษัทฯ ที่วางรากฐานอย่างแข็งแกร่ง ทั้งการยกระดับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภายในโรงงาน มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) ที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อส่งมอบโซลูชันอย่างครบถ้วน และตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านมากขึ้น พร้อมตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและสนับสนุนให้กับทุกภาคอุตสาหกรรมเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “Solutions Unfold ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้า” จะสามารถนำบริษัทฯ ก้าวสู่ผู้นำการบริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย
ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนในปี 2570 ประมาณ 100 ล้านบาท ที่โรงงานสมุทรสาครและโรงงานปราจีนบุรี ผ่าน 3 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและระบบอัตโนมัติ เปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานสายการผลิตแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูกไปสู่ระบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบ เพื่อลดความสูญเสียและเพิ่มความรวดเร็ว (Speed Losses) 2) โครงการนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลงทุนวางรากฐานการบริหารโรงงานเชิงวิเคราะห์ด้วยข้อมูล เพื่อเพิ่มความสามารถการติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพการผลิตแบบ Real-time 3) โครงการควบคุมคุณภาพและเสริมสร้างเสถียรภาพการผลิต เพื่อยกระดับอัตราการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ (Quality Rate) ให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกรวมกันมากกว่า 140,000 ตัน/ปี และกล่องกระดาษลูกฟูกมากกว่า 170 ล้านกล่องต่อปี
บริษัทฯ วางยุทธศาสตร์มุ่งนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้อัตราการสูญเสียเป็นศูนย์ (Zero Defect) ผ่านการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการผลิต ภายใต้กลยุทธ์การตั้งราคาที่เหมาะสม มุ่งออกแบบและผลิตแผ่นหรือกล่องกระดาษลูกฟูก ที่โดดเด่นและแตกต่างมีคุณภาพตรงตามความต้องการของลูกค้า
พร้อมพัฒนาคุณสมบัติพิเศษตามความต้องการ อาทิ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดการส่งระยะไกล และการขนส่งในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ (E-commerce) และกลุ่มบรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Paper Packaging) ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เพื่อรองรับทิศทางการค้าโลกที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบ ESG ในระยะยาว พร้อมให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ และเดินหน้าขยายลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมและโรงงานต่างๆ ทั่วประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
น.ส.นลิน วิริยะเสถียร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า TIPAK มีแผนการดำเนินธุรกิจมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนชัดเจนในทุกมิติ ทั้งการปูรากฐานการผลิตจากการมีโรงงานผลิตขนาดใหญ่ มาตรฐานการผลิตในระดับสากล มุ่งมั่นสร้างความเติบโตผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) ที่โดดเด่นและแตกต่าง และขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของฐานรายได้ จึงเชื่อมั่นว่า TIPAK จะเป็นหุ้นคุณค่าที่มีความพร้อมทั้งในด้านศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน
นางสาวนันทรัตน์ แสงสุวรรณนุกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า ด้วยบทบาทสำคัญของ TIPAK เป็นกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรม การเดินหน้ายกระดับโรงงานด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การลดต้นทุน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากทิศทางอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษที่คาดว่าจะขยายตัว 2.9% ในปี 2570 ผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการก้าวสู่ ‘ผู้นำการให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย’ ที่เติบโตอย่างมั่นคง
