ดาวโจนส์ปิดลบ 131 จุด บอนด์ยีลด์สูงสุดในรอบหลายปี จับตางินเฟ้อ-จ้างงาน

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสามดัชนีหลักปิดลบ ดาวโจนส์ลดลง 131 จุด บอนด์ยีลด์ยังสูงขึ้นต่อเนื่องก่อนเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ย “ราคาน้ำมันดิบ” อ่อนตัว Brent ลดลง 2.69 ดอลลาร์ ปิดที่ 102.59 ดอลลาร์/บาร์เรล ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบ

ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 29 กันยายน 2569 ปิดลบเล็กน้อย เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน ขณะที่นักลงทุนต่างจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อประเมินแนวโน้มทิศทางอัตราดอกเบี้ย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 51,349.92 จุด ลดลง 131.59 จุด หรือ -0.26%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,670.84 จุด ลดลง 12.85 จุด, -0.17%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,797.54 จุด ลดลง 22.84 จุด, -0.09%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับ 5.6206% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2002 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งถือเป็นพันธบัตรมาตรฐาน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5.293% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2007 อย่างไรก็ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลได้อ่อนตัวลงจากช่วงแรก

ด้านราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากสัญญาณการฟื้นตัวของการส่งออกจากตะวันออกกลาง และความเห็นจากนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ที่ระบุว่าเฟดมีเวลาพิจารณาข้อมูลก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเมื่อใด

ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นได้ทำให้มีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและผลักดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสูงขึ้น แต่ความคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25%ในการประชุมเดือนตุลาคมลดลงเหลือ 51.5% ตามข้อมูลของ CME FedWatch หลังจากความเห็นของนายวิลเลียมส์ จากเกือบ 70% ในช่วงต้นของการซื้อขาย

ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ มีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการ รวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลจากกระทรวงพาณิชย์ในวันพุธ ซึ่งอาจช่วยกำหนดทิศทางนโยบายของเฟด นอกจากนี้ยังมีข้อมูลตลาดแรงงานซึ่งปิดท้ายด้วยรายงานการจ้างงานภาครัฐในวันศุกร์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ ได้แก่ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ของ Conference Board เดือนกันยายนที่ลดลง 6.7 จุด สู่ระดับ 81.9 ต่ำกว่า 89.0 ที่ นักวิเคราะห์คาดการณ์

สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงาน เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนสิงหาคมว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 256,000 ตำแหน่งมาที่ 7.079 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่า 7.225 ล้านตำแหน่ง ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

บรรยากาศการซื้อขายผันผวนนักลงทุนต่างให้ความสนใจกับธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังจากรายงานของรอยเตอร์เปิดเผยรายละเอียดเอกสารชี้ชวนการเสนอขายหุ้น IPO ของ Anthropic ที่รั่วไหลออกมาเผยให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัทในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกันก็มียอดขาดทุนที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย รวมทั้งตั้งเป้าหมายมูลค่าบริษัทไว้ที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจกลายเป็นเกณฑ์มาตรฐานใหม่สำหรับวอลล์สตรีทในการประเมินมูลค่าบริษัทชั้นนำด้าน AI และเตือนว่า AI อาจก่อให้เกิด “ความเสี่ยงต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ” อย่างไรก็ตาม Anthropic ยังไม่ได้ยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ

ขณะเดียวกัน OpenAI ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพคู่แข่ง ได้ระงับการเปิดตัวโมเดล AI ขั้นสูงไว้ชั่วคราว เนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่พบระหว่างการทดสอบภายใน

กระแสความตื่นตัวด้าน AI ส่วนใหญ่กำลังขับเคลื่อนด้วยการเตรียมเปิดตัวสู่สาธารณะของบริษัทอย่าง Anthropic และ OpenAI แต่หลังจากข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสภาวะตลาด IPO ซึ่งยังไม่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ Oura สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสุขภาพตัดสินใจชะลอแผนการทำ IPO ออกไปก่อนเนื่องจาก “ความไม่แน่นอน” ของสถานการณ์

ในวันพฤหัสบดี นักลงทุนจะได้เห็นบททดสอบสำคัญอีกครั้งสำหรับกระแสการลงทุนในกลุ่ม AI เมื่อ Micronซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ เตรียมรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสในช่วงบ่าย

หุ้น Meta ปรับตัวขึ้น 3.3% แม้ว่า OpenAI จะเพิ่งเปิดตัวเอเจนต์ AI แบบทำงานต่อเนื่องที่เรียกว่า “dots” ซึ่งสามารถติดตามและดำเนินการตามเป้าหมายของผู้ใช้ข้ามแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ด้วยตนเอง โดยเทคโนโลยีนี้ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Muse ของ Meta ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้

ในส่วนของหุ้นที่มีความเคลื่อนไหวโดดเด่นอื่นๆ หุ้น CarMax ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกรถยนต์มือสอง ปรับตัวขึ้น 4.7% หลังจากบริษัทรายงานผลกำไรและรายได้ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสที่สอง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นบั่นทอนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งกลบปัจจัยบวกจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรม AI ที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 638.08 จุด ลดลง 0.60 จุด, -0.09%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,636.71 จุด ลดลง 48.17 จุด, -0.45%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,035.87 จุด ลดลง 42.61 จุด, -0.53%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,399.21 จุด เพิ่มขึ้น 24.79 จุด, +0.10%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกยังคงทรงตัวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ เนื่องจากคาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจะผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันได้พลิกกลับมาปรับตัวลดลงเกือบ 2% ทั้งนี้ เศรษฐกิจในยุโรปมีความเสี่ยงสูงต่อราคาพลังงานที่พุ่งทะยาน เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นหลัก

หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลดลง โดยกลุ่มธนาคารซึ่งมีน้ำหนักมากในดัชนี ลดลง 0.5% ส่วนกลุ่มพลังงานและกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มต่างปรับตัวลดลงมากที่สุด 1.4% เท่ากัน

ลอร่า คูเปอร์ นักกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกและหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อมหภาคของ Nuveen กล่าวว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในระยะสั้นยังมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง พันธบัตรระยะยาวจึงมีความเสี่ยงหากเกิดความผันผวนระลอกใหม่ขึ้นอีก

แม้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้วถึง 2 ครั้งในปีนี้ แต่คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การดำเนินนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปและรอบคอบถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นยังไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องรอบสอง (second-round effects) อย่างมีนัยสำคัญ

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำการปรับตัวขึ้นของดัชนีรายกลุ่ม โดยพุ่งขึ้น 2.5% สู่ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือน สำหรับหุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่าง AT & S Austria Technologie & Systemtechnik AG และ Soitec ต่างปรับตัวขึ้นกว่า 9%

จากข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) ที่สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รับมา ระบุว่า Anthropic มองว่า AI จะเข้ามาพลิกโฉมเศรษฐกิจโลกอย่างลึกยิ่งกว่ายุคปฏิวัติอุตสาหกรรม การมาถึงของไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต และคาดการณ์ว่าการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้จะทำให้บริษัท AI แห่งนี้มีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์

ซูซานนา สตรีทเตอร์ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ Wealth Club กล่าวว่า วิสัยทัศน์และการคาดการณ์ของ Anthropic ที่เชื่อมั่นว่า AI จะเข้ามาพลิกโฉมระบบเศรษฐกิจทั่วโลก เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นความต้องการหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของยุโรปให้สูงขึ้น

เมื่อต้นเดือนนี้ ผู้บริหารจากบริษัท AI ชั้นนำหลายแห่งได้ออกมาเรียกร้องให้ชะลอความเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยีลง เนื่องจากความกังวลเรื่องการนำไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งได้สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมให้กับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เผชิญกับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นอยู่แล้ว

หุ้น Julius Baer ปรับตัวสูงขึ้น 7.2% หลังจากที่ FINMA ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของสวิตเซอร์แลนด์ ได้ยุติกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีสินเชื่อหนี้ภาคเอกชนและความสัมพันธ์ของลูกค้ากับบุคคลสัญชาติรัสเซียสองรายที่มีสถานะเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงทางการเมือง (Politically Exposed Persons หรือ PEPs)

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายนลดลง 3.22 ดอลลาร์ หรือ 3.48% ปิดที่ 89.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายนลดลง 2.69 ดอลลาร์ หรือ 2.56% ปิดที่ 102.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–