GPSC ผนึก KHNP ยักษ์เกาหลี พัฒนาพอร์ต SMR 9,000 MW  

HoonSmart.com>>”โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่” (GPSC) จับมือ KHNP เกาหลีใต้ ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีนิวเคลียร์ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิค พัฒนาศักยภาพบุคลากร เตรียมพร้อมบริหารจัดการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รองรับการลงทุนพอร์ต SMR 9,000 MW ภายใต้แผน PDP 2026  

นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยถึงทิศทางการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ที่สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 MW (เมกะวัตต์) ขึ้นไป ซึ่ง GPSC มีความพร้อมเข้าร่วมพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยี SMR (Small Modular Reactor) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการประเมินเพื่อรองรับความต้องการพลังงานในระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตรวมไว้ที่ 9,000 MW ภายในปี  2593

อย่างไรก็ดี ตามแผนระยะแรกจะพัฒนากำลังการผลิต 300 MW ในปี  2580 โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำร่องโครงการ ส่วนแผนผลิตในระยะต่อไป รัฐเป็นผู้พิจารณาอนุญาตพื้นที่ในการก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบัน GPSC ได้เดินหน้าร่วมมือในการศึกษาเทคโนโลยีจากประเทศต่างๆ เพื่อพิจารณาการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ของ SMR พร้อมกับการเพิ่มทักษะองค์ความรู้ของบุคลากร ให้สามารถปฏิบัติงาน และกำกับดูแลด้านความปลอดภัยในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า SMR

ล่าสุด GPSC ได้ขยายความร่วมมือกับ Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม Korea Electric Power Corporation (KEPCO) ที่ถือหุ้น 100% จากประเทศเกาหลีใต้ มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาและดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มีความเชี่ยวชาญระดับสากลที่ครอบคลุมงานวิศวกรรม จัดซื้อ และก่อสร้าง (EPC) รวมถึงการบำรุงรักษา (O&M) แบบครบวงจร ให้กับโรงไฟฟ้าและโครงการพลังงานในหลากหลายประเทศทั่วโลก ในขณะที่ KEPCO เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญการพัฒนาโครงการหลากหลายรูปแบบ รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าประมาณ 30% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศเกาหลีใต้ คิดเป็นกำลังผลิตรวมประมาณ 31,000 MW สะท้อนให้เห็นศักยภาพการผลิตไฟฟ้าเทียบเท่ากับปริมาณการใช้ไฟของไทยทั้งประเทศ โดยความร่วมมือดังกล่าว จะช่วยให้ GPSC สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ข้อมูลเชิงเทคนิค และประสบการณ์จากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ เพื่อนำมาใช้ประกอบการศึกษาแนวทางการพัฒนา SMR ในประเทศไทย

ปัจจุบัน GPSC ยังเดินหน้าศึกษาศักยภาพพื้นที่ในประเทศไทยสำหรับการติดตั้ง SMR ผ่านกรอบความร่วมมือกับพันธมิตรจากเกาหลีใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาความเหมาะสมทั้งด้านพื้นที่ เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ก่อนเข้าสู่กระบวนการพัฒนาโครงการในอนาคตและอยู่ระหว่างการสำรวจแนวทางการจัดตั้งบริษัท หรือกลไกสำหรับพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้าน SMR

ก่อนหน้านี้ GPSC ได้ร่วมกับ บริษัท Seaborg Technologies ApS ผู้พัฒนาเทคโนโลยี SMR ประเทศเดนมาร์ก ศึกษาความเป็นไปได้การพัฒนาออกแบบให้เป็นโมดูลาร์ขนาดเล็ก มีความปลอดภัยสูง ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งการศึกษาจะใช้เวลาประมาณ 4 ปี (ระหว่างปี  2567-2570)

สำหรับแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยี SMR จะใช้แบบ Technology Diversification ที่ไม่ได้จำกัดการศึกษาไว้ที่เทคโนโลยีหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เปิดทางเลือกในการศึกษาความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลายประเทศที่ได้ร่วมมือกัน ทั้งเกาหลีใต้ และเดนมาร์ก เพื่อให้สามารถประเมินเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของไทย และสามารถบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบ ต้นทุน และภูมิรัฐศาสตร์

แผนธุรกิจที่จะเข้าไปพัฒนาโครงการตามแผนพัฒนา PDP 2026 นั้น มีเป้าหมายหลักในการบรรลุ Net Zero Emissions ภายในปี 2593 โดยกำหนดเป้าหมายการลดความเข้มข้นการปล่อยคาร์บอนลง 35% ในปี  2573 เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตการลงทุนมากกว่า 40% ใน ปี 2578 โดยในปี 2568ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้บรรลุเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 10% ในพอร์ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดการณ์ว่าจะบรรลุเป้าหมายได้ในปี 2573 อย่างแน่นอน

GPSC ได้วาง 4 แนวทางในการลดคาร์บอนให้เป็นไปตามเป้าหมาย ประกอบด้วย

(1) การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันสามารถลดได้ประมาณ 90,000 ตันต่อปี

(2) การขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน ที่ประสบความสำเร็จในประเทศอินเดีย สามารถมีกำลังการผลิตราว 8,000  MW

(3) การพัฒนาและศึกษาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น Carbon Capture and Storage (CCS) ไฮโดรเจน และการใช้แอมโมเนียเผาร่วมกับถ่านหิน

(4) การซื้อขายคาร์บอนเครดิตและการชดเชยผ่านโครงการต่างๆ เช่น การปลูกป่า เพื่อทำหน้าที่ดักจับคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศ เป็นต้น