HoonSmart.com>>การบินไทย ออกมาขอโทษผู้โดยสาร กรณีเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 100% เหตุน้ำท่วมทำแรงงานออกจากบ้านไม่ได้ พร้อมปรับลดเที่ยวบินสุวรรณภูมิ 40% ส่งต่อผู้โดยสารไปสายการบินพันธมิตร ขอความช่วยเหลือจากกระทรวงกลาโหม – กองทัพอากาศ – ทอท. ช่วยขนส่งสัมภาระค้าง 5,600 ใบ เข้ารับบุคคลากรเชี่ยวชาญพิเศษเข้าพื้นที่ ลั่นเร่งฟื้นฟูคืนสู่ภาวะปกติภายใน 72 ชั่วโมง ราคาหุ้นร่วง 1.63%
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทการบินไทย (THAI) แถลงด่วนในช่วงเวลา 11.45 น.ของวันนี้ (29 ก.ย.2569) กรณีเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 100% สัมภาระตกค้าง ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาว่า ฝ่ายบริหารขอแสดงความขอโทษผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ จากเที่ยวบินล่าช้าเกือบ 100% ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาจากปัญหาน้ำท่วมหนัก และมีเที่ยวบินที่ออกเดินทางได้ตรงเวลาไม่ถึง 3% ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจและลงพื้นที่แก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 วันที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การบินไทย ได้ตัดสินใจประกาศปรับลดกำลังการผลิต (Capacity) ลงประมาณ 30–40% ด้วยการยกเลิกเที่ยวบินและควบรวมเที่ยวบินราว 30 เที่ยวบิน จากทั้งหมดกว่า 110 เที่ยวบินต่อวัน พร้อมโอนย้ายผู้โดยสารไปยังสายการบินอื่น เพื่อลดผลกระทบต่อผู้โดยสาร
“ได้สั่งการตั้งแต่เมื่อคืนให้ลดกำลังการผลิตลง ผ่านการควบรวมเที่ยวบิน การยกเลิกเที่ยวบิน และการโอนย้ายผู้โดยสารไปยังสายการบินอื่น รวมทั้งปรับลดภาระงานในลานจอดด้วยการให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาช่วยดูแลบริการสายการบินลูกค้าแทนการบินไทย”นายชาย กล่าว
นายชาย กล่าวว่า ต้นเหตุสำคัญของวิกฤตครั้งนี้เกิดจากบุคลากรภาคพื้นดิน และพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งมีที่พักอาศัยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมขังสูง ไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ ทำให้ขาดแคลนแรงงานกว่า 200–300 คน จากจำนวนที่ต้องการราว 500 คน ซึ่งเดิมคิดว่าจะสามารถประคองกำลังการผลิตไว้ได้ประมาณ 80% พอขาดแคลนบุคลากรการควบคุมอุปกรณ์และการเปิดปิดประตูเครื่องบิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ทำให้เกิดความล่าช้า
แม้บริษัทได้นำรถ GMC ที่ได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพเข้าไปรับตัวบุคคลากรที่ต้องใช้ใบอนุญาตพิเศษหรือทักษะเฉพาะทางถึงที่พัก โดยให้ฝ่ายบริหารลงพื้นที่ไปรับออกมา ซึ่งทำได้ในระดับหนึ่งเนื่องจากพนักงานบางส่วนยังเป็นห่วงครอบครัวและทรัพย์สิน
พนักงานควบคุมการบรรทุกสัมภาระและ Loadmaster ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญ ปฏิบัติงานได้เพียง 20 คน จากจำนวนปกติ 45 คน การขาดแคลนบุคลากรดังกล่าวสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ ส่งผลให้มีสัมภาระตกค้าง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสูงถึงประมาณ 5,600 ใบ
ผู้ประกอบการและตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศ ก็ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเช่นเดียวกัน จึงไม่สามารถเดินทางมารับสินค้าออกจากคลังสินค้าของการบินไทยได้ ส่งผลให้สินค้าล้นคลังและต้องจอดค้างอยู่บนอุปกรณ์ลากจูงลำเลียงสินค้า ทำให้เกิดปัญหาอุปกรณ์ค้างและไม่สามารถนำไปใช้ลำเลียงสินค้าออกจากเครื่องบินลำอื่นได้ บริษัทจึงอยู่ระหว่างประสานงานให้ลูกค้ามารับสินค้าออกไปเพื่อคืนพื้นที่คลังสินค้า
”การบินไทยได้รับผลกระทบสูงกว่าเมื่อเทียบกับสายการบินอื่น เนื่องจากเรามีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานหลัก กิจกรรมการปฏิบัติการทั้งหมดเกิดขึ้นที่สุวรรณภูมิ ขณะที่สายการบินอื่นสามารถเตรียมการด้านอาหาร และสินค้าจากท่าอากาศยานต้นทาง และทำการบินเข้า-ออกได้อย่างรวดเร็วโดยมีกิจกรรมหน้างานน้อยกว่า”นายชาย กล่าว
นายชาย กล่าวว่า เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการดำเนินงานในปัจจุบัน การบินไทยได้ขอความร่วมมือจากกองทัพอากาศและกระทรวงกลาโหมในการจัดส่งกำลังพลประมาณ 100 นาย พร้อมสนับสนุนยานพาหนะลำเลียง เข้าไปรับพนักงานตามพื้นที่ประสบภัย รวมถึงนำพนักงานส่วนสนับสนุนจากสำนักงานใหญ่มาช่วยปฏิบัติงานหน้างาน
ด้านการจัดการสัมภาระตกค้าง ได้ร่วมมือกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ในการคัดแยกสัมภาระออกจากพื้นที่สายพานลำเลียงมายังอาคารผู้โดยสารหลักบริเวณชั้น 2 ประตู 1 ขาเข้า เพื่อเปิดให้ผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างวันที่ 26-27 ที่ผ่านมา สามารถติดต่อรับสัมภาระได้โดยตรงผ่าน พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับไปรษณีย์ไทยและผู้ให้บริการจัดส่งเอกชนรวม 3 ราย ในการเร่งจัดส่งสัมภาระคืนแก่ผู้โดยสารตามที่อยู่ ซึ่งวันนี้จะสามารถจัดส่งได้มากขึ้น
“จากการประชุมประเมินสถานการณ์ล่าสุด การบินไทยตั้งเป้าหมายการฟื้นฟูการดำเนินงานภายใน 72 ชั่วโมงนับจากนี้ เพื่อเร่งระบายสัมภาระตกค้างออกจากอาคารผู้โดยสารด้วยระบบสแกน QR Code ตามที่ผู้โดยสารลงทะเบียนไว้ และบริหารจัดการให้ผู้โดยสารเที่ยวบินใหม่สามารถรับกระเป๋าได้ทันที โดยได้รับความร่วมมือจาก ทอท. ในการนำพนักงานมาช่วยจับคู่ข้อมูลชื่อและที่อยู่ของผู้โดยสารกับสัมภาระที่ตกค้าง”นายชาย กล่าว
นายชาย กล่าวว่า การบินไทย ตั้งเป้าบริหารจัดการสถานการณ์ให้ได้ภายใน 72 ชั่วโมง โดยจัดตั้งโต๊ะชดเชย ทั้งกรณีสัมภาระล่าช้าและเที่ยวบินล่าช้า ซึ่งจะเริ่มทำการติดตั้งในช่วงบ่ายวันนี้ทั้งบริเวณภายนอกและภายในอาคารผู้โดยสาร โดยอยู่ระหว่างจัดเตรียมกระบวนการทำงานให้เหมาะสม เนื่องจากไม่ใช่ขั้นตอนการทำงานในภาวะปกติ
“ขอเน้นย้ำปฏิเสธกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุว่าเกิดจากการประท้วงของพนักงานภายนอก (Outsource) โดยยืนยันว่าพนักงานไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ประสบปัญหาความเดือดร้อนส่วนตัวจากอุทกภัยในพื้นที่พักอาศัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อแรงงานระดับปฏิบัติการจำนวนมาก”นายชาย กล่าว
นายชาย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวยังได้รับการดูแลและการเดินทางมาตรวจเยี่ยมพื้นที่จากฝ่ายบริหารและผู้แทนหน่วยงานภาครัฐเพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรค โดยบริษัทได้รายงานสถานการณ์ต่อคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เป็นระยะ และย้ำว่า ปัญหาหลักเกิดจากการปฏิบัติงานระดับหน้างาน มิใช่ปัญหาในเชิงนโยบาย เนื่องจากได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณและบุคลากรอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ในช่วงเช้าของวันนี้ ราคาหุ้นการบินไทย ปิดที่ 6.05 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ ลดลง 1.63% มูลค่าการซื้อขาย 447.67 ล้านบาท
