HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 25 ก.ย. 2569 ปิดในแดนบวก โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้น Microsoft และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 51,828.62 จุด เพิ่มขึ้น 478.64 จุด, +0.93%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,743.41 จุด เพิ่มขึ้น 39.28 จุด, +0.51%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,068.72 จุด เพิ่มขึ้น 129.34 จุด, +0.48%
ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นหลังผันผวนสูงตลอดสัปดาห์จากความไม่แน่นอนว่าอุตสาหกรรมใดจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์จากเทคโนโลยี AI รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ดัชนี Dow ปิดสัปดาห์นี้ปรับขึ้น 0.3% ส่วนดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 1.2% และดัชนี Nasdaq ปรับขึ้น 2%
หุ้น Microsoft ปรับตัวขึ้น 3.7% ส่งผลให้การปรับตัวขึ้นในปี 2026 เพิ่มเป็น 7% หลังจากที่ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์รายนี้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่หลายรายการในแอป Copilot ซึ่งรวมถึงเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดและ AI agent ที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา
ด้านผู้ผลิตชิป Qualcomm ปรับขึ้น 4% และ Dell ปรับตัวขึ้น 5%
หุ้น Meta Platforms ปรับลดลง 3.3% จากที่พุ่งขึ้นราว 13% ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางกระแสตอบรับที่ดีต่อ Muse AI agent ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันก็อาจสร้างความท้าทายให้กับกลุ่มธนาคาร แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคอื่นๆ
ดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมย่อย 7 ใน 11 กลุ่มของ S&P 500 ปรับตัวสูงขึ้น โดยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ นำตลาดด้วยการปรับตัวขึ้น 0.91% ตามมาด้วยกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ปรับตัวขึ้น 0.6%
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นคือ ราคาน้ำมันที่ลดลงท่ามกลางความหวังว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจเปิดอีกครั้ง เนื่องจากอิหร่านได้ขอให้สหรัฐฯ กลับไปใช้บันทึกความเข้าใจจากเดือนมิถุนายนในการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าการลงทุนด้าน AI ที่แข็งแกร่งได้เสริมความต้องการสินค้าทุนอุตสาหกรรมที่สำคัญ ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนสิงหาคม
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี และล่าสุดเพิ่มขึ้น 3.4 จุดพื้นฐาน อยู่ที่ 5.196%
นักลงทุนมองว่ามีโอกาส 66% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25%ในเดือนต.ค. เพิ่มขึ้นจากประมาณ 50% ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าการประชุมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีประสิทธิผลมาก หลังจากการประชุมสุดยอดสามวันที่แสดงให้เห็นถึงการทูตส่วนบุคคลมากกว่าความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกจากที่ปรับลงต่อเนื่องมา 3 สัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงตลอดช่วงสัปดาห์ แม้นักลงทุนจะยังคงระมัดระวังต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้นก็ตาม
ตลอดสัปดาห์ดัชนี STOXX 600 ปรับขึ้น 0.5% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม หลังจากที่ดัชนีได้ปรับตัวลดลงไปราว 3% ในช่วง 3 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 638.65 จุด เพิ่มขึ้น 2.22 จุด, +0.35%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,695.25 จุด เพิ่มขึ้น 15.26 จุด, +0.14%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,077.80 จุด ลดลง 3.63 จุด, -0.04%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,408.64 จุด เพิ่มขึ้น 142.11 จุด, +0.56%
ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอีกครั้งในวันศุกร์ เนื่องจากความหวังเรื่องการหยุดยิงมีน้ำหนักมากกว่าข่าวการโจมตีซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการเจรจาระบุในสัปดาห์นี้ว่า คณะผู้เจรจากำลังพิจารณาแนวทางยุติสงครามแบบเป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งรวมถึงการที่เตหะรานจะกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และวอชิงตันจะยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีต่ออิหร่าน
แดเนียล ฮาธอร์น นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ Capital.com กล่าวว่า แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางดูเหมือนจะมีความคืบหน้าซึ่งนำไปสู่การเจรจาและข้อตกลง แต่ก็ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากตลาดเคยผ่านสถานการณ์เช่นนี้มาแล้ว
หุ้นกลุ่มพลังงาน ลดลง 1.3% และเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดในตลาด
หุ้นกลุ่มสายการบินที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น โดยหุ้น Ryanair และ Lufthansa ต่างปรับขึ้นมากกว่า 2% ขณะที่ดัชนีกลุ่มการท่องเที่ยวและสันทนาการปรับตัวขึ้น 0.8%
หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่เป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด 1.3% ตามมาด้วยกลุ่มบริการทางการเงินที่ปรับตัวขึ้น 1.1%
หุ้นธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง UBS ปรับตัวขึ้น 3.5% หลังจากมีรายงานข่าวจาก Semafor ระบุว่าฃธนาคารได้กลับมาหารือเรื่องการย้ายฐานธุรกิจออกจากสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในยูโรโซนมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังคงยืนระดับใกล้เคียง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประกอบกับสัญญาณที่เข้มงวดด้านนโยบายการเงิน (hawkish) จากธนาคารกลางต่างๆ ที่ผลักดันให้ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับตัวสูงขึ้น
เพจ เฮนเดอร์สัน ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโออาวุโสและหัวหน้าทีมหุ้นทั่วโลกที่แข็งแกร่งของ Allspring Global Investments กล่าวว่า หากไม่มีเหตุการณ์ช็อกหรือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองที่น่าประหลาดใจ ดัชนี STOXX 600 อาจปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี อย่างไรก็ตามเตือนว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นเวลานานอาจกดดันความคาดหวังเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อตลาดหุ้น
ผลสำรวจพบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมนีอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดไว้ในช่วงต้นเดือนตุลาคม เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อมุมมองรายได้ของครัวเรือน
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 2.20 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 92.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 2.28 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 104.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
