QUICK ชูจุดแข็งหุ้น IPO ปี 69 โมเดลเพิ่ม’ลูกค้า-ผลิตภัณฑ์-กำไรยั่งยืน’

HoonSmart.com>>ภายในปี 2569 นักลงทุนจะมีโอกาสซื้อหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK ที่สร้างสมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมานานกว่า 20 ปี มีจุดเด่นเรื่องการเป็นที่ปรึกษาและแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจร ให้บริการซอฟท์แวร์ให้ลูกค้าธุรกิจผ่านการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) บน Microsoft Dynamics 365 และพัฒนาต่อยอดเชื่อมโยงข้อมูลจาก IoT และ AI สร้าง Digital Ecosystem

QUICK สามารถตอบโจทย์ลูกค้าในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แม่นยำรวดเร็ว ช่วยให้การตัดสินใจถูกต้องฉับไว เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจครบวงจร ส่งผลให้ QUICK มีรายได้-กำไรเติบโต และมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในอนาคต ภายหลังจากการ IPO และนำเงินไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์และการให้บริการ

ทำไมลูกค้าต้องซื้อบริการ “QUICK”

“ไพศาล แซ่ลี้” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าว                  “หุ้นสมาร์ท”ว่า QUICK วางตัวเป็นสะพานเชื่อมเทคโนโลยีระดับโลกกับระบบที่พัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม

จุดเริ่มต้นมาจากบริษัทฯ ได้รับการแต่งตั้งพันธมิตร (Partner) จาก Microsoft Corporation ให้บริการโซลูชันบนแพลตฟอร์ม Microsoft Dynamics 365 ซึ่งเป็นระบบ ERP และต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) จากการเล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรม จึงมีความต้องการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time ระหว่างระบบ IT กับฮาร์ดแวร์ ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตสำหรับทุกสิ่ง (Internet of Things: IoT) รวมถึง AI เพื่อให้เกิดการใช้ข้อมูลอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะตระหนักว่าการให้บริการโซลูชันด้าน IT เพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์

“QUICK เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบ ERP ขณะที่ลูกค้าต้องการหาคนมาช่วยในการจัดการและเชื่อมโยงระบบข้อมูลต่าง ๆ ภายในบริษัทฯ ทั้งหมด เพื่อลดจุดอ่อนและแก้ปัญหาคอขวดในการเติบโตของธุรกิจ นับเป็นจุดแข็งเชิงกลยุทธ์ที่สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ”

เราจึงร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจเข้าสู่เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เพื่อบูรณาการเทคโนโลยี IT และ IoT เข้าด้วยกัน พัฒนาโซลูชันด้านอุปกรณ์และระบบควบคุมในภาคอุตสาหกรรมที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องจักรและเซ็นเซอร์ต่าง ๆ เข้าสู่ระบบ ERP ได้อย่างราบรื่น สามารถเสนอโซลูชันครบวงจรที่ครอบคลุมเทคโนโลยี 3 มิติสำคัญ ได้แก่
1.IT เป็นแกนหลักในการวางระบบบริหารจัดการองค์กร
2.IoT ทำหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องจักรและกระบวนการผลิตสู่ระบบดิจิทัล
3.AI ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จาก IT และ IoT เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกและสนับสนุนการตัดสินใจ

ธุรกิจเร่งตัวขึ้นหลัง IPO 

บริษัทฯ คาดว่าจะเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (IPO) จำนวน 32 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท ภายในปี 2569 เพื่อระดมทุนไปใช้ 4 วัตถุประสงค์ ได้แก่ 1.การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) 2.การพัฒนาโครงการฝึกอบรม บุคลากร (Academy & Talent Pool Program) 3.การลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment) และ 4.เป็นเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) โดยมีบริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

“การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ เพราะช่วยให้บริษัทฯ มีเงินทุนสำหรับการขยายธุรกิจ อาทิ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับเทรนด์ด้านการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล (Digital Transformation) และ AI”

ลูกค้าใหม่เติบโต-ลูกค้ารายเดิมลงทุนเพิ่ม 

QUICK มีความเชี่ยวชาญด้าน ERP ปี 2568 บริษัทฯ มีลูกค้าจำนวน 350 ราย โดยประมาณ 50% เป็นกลุ่มโรงงาน ในขณะที่กลุ่มค้าปลีกและกลุ่มการบริการ คิดเป็นสัดส่วนกลุ่มละ 20% และกลุ่มโลจิสติกส์คิดเป็นประมาณ 10%

บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มการแพทย์มากขึ้น เนื่องจากมีศักยภาพ มีความต้องการใช้งาน ERP, IoT และ AI มากขึ้น ระบบนิเวศ (Ecosystem) มีขนาดใหญ่และหลากหลาย อาทิ โรงพยาบาล อุปกรณ์การแพทย์ โรงงานผลิตยา และบริษัทขายยา

นอกจากนี้ ในกลุ่มลูกค้าโรงงานก็ยังมีโอกาสในการขยายตลาดและต่อยอดได้ เนื่องจากมีซัพพลายเชน (Supply Chain) ใหญ่ และที่สำคัญเป็นกลุ่มลูกค้าที่บริษัทฯ มีคู่แข่งน้อย เนื่องจากต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษา

“กลุ่มลูกค้าโรงงานส่วนใหญ่ลงทุนแยกส่วน เมื่อใช้ ERP เสร็จ ถ้ามีการซ่อมบำรุงเครื่องจักร จะต้องเปลี่ยนโปรแกรม เราสามารถเชื่อมโยงได้เลย นอกจากนี้ระบบยังช่วยในการวางแผนการซ่อมบำรุงด้วย บางครั้งอุปกรณ์อาจจะยังไม่ถึงรอบซ่อมบำรุงหรือไม่ถึงเวลาเปลี่ยน ถ้ามีเซ็นเซอร์ที่เข้าไปตรวจสอบ จะทำให้สามารถตรวจพบจุดร้าวที่ต้องแก้ไข ก็จะช่วยให้สามารถปรับปรุงได้เร็วก่อนที่จะเกิดความเสียหายมาก ช่วยลดระยะเวลาการซ่อม และค่าใช้จ่ายได้”

ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตสอดรับกับภาวะอุตสาหกรรม ERP ในประเทศไทย 

QUICK มีรายได้หลักจาก ERP ประมาณ 85% และเป็นรายได้ประจำ (Recurring Income) ประมาณ 50% ซึ่งมาจากการขาย License ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบ Subscription และบริการซ่อมบำรุง ซึ่งมีลักษณะเป็นการทำสัญญาปีต่อปี โอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจหรือไม่ต่อสัญญาค่อนข้างน้อย เนื่องจากลูกค้าจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโปรแกรมใหม่ หากเปลี่ยนผู้ให้บริการ

” เราเชื่อว่าจะสามารถเติบโตไปกับเทรนด์การเติบโตของอุตสาหกรรม ERP ในประเทศไทยที่คาดว่าจะเติบโตปีละ 18% ทั้งนี้ สำหรับการเติบโต บริษัทฯ มีรายได้ประจำประมาณ 50% ต่อปีแล้ว บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นที่จะหาลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น และพัฒนาต่อยอดความสามารถในการให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่”

นอกจากนี้จากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในช่วง 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566-2568 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 229.74 ล้านบาท 240.78 ล้านบาท และ 301.44 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 166.81 ล้านบาท เพิ่มจากจำนวน 131.24 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในส่วนของกำไรสุทธิ ในปี 2566-2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ จำนวน 34.49 ล้านบาท 42.17 ล้านบาท และ 51.97 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 34.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากจำนวน 16.68 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน”

สาเหตุที่บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิเติบโต นอกจากธุรกิจ ERP ที่เติบโตสอดรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแล้ว บริษัทฯ ยังมีการบริหารจัดการภายในที่ดีขึ้น อาทิ การใช้ AI เข้ามาช่วยในการทำเอกสารลดต้นทุนและระยะเวลา ทำให้บริษัทฯ สามารถลดระยะเวลาในการให้บริการ ส่งผลให้พนักงานสามารถให้บริการกับลูกค้ารายอื่นเพิ่มเติมได้ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิสูงขึ้น

หุ้น QUICK จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่เชื่อมั่นใน Digital Transformation และเชื่อมั่นในกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทฯ พร้อมที่จะเติบโตไปกับบริษัทฯ อย่างยั่งยืนในอนาคต