HoonSmart.com>>คปภ. เดินหน้ายกระดับกำกับดูแลเชิงรุก คว้า “รางวัลเลิศรัฐ 2569” จากผลงาน OIC Connect พร้อมอัปเกรดธรรมาภิบาลเสริมความแข็งแกร่งระบบประกันภัยไทย-ปูทางสู่บทบาทการเป็นกันชนความเสี่ยงประเทศ รับมือความเสี่ยงใหม่
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ภายใต้การนำของนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การกำกับดูแลเชิงรุกอย่าง continuous และบูรณาการทุกมิติ
ล่าสุด ได้รับ “รางวัลบริการภาครัฐ ระดับดี” ประเภทนวัตกรรมการบริการ จากผลงานแอปพลิเคชัน “OIC Connect : One App for All Insurance” ในงานพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 จัดโดยสำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มอบรางวัล ความสำเร็จนี้ตอกย้ำทิศทางองค์กรภายใต้แนวคิด “CHANGE for a Better Future” และบริการภาครัฐยุค AI ที่มุ่งยกระดับดิจิทัลมาลดภาระ เพิ่มประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชนด้วยการรวมทุกบริการประกันภัยไว้ในจุดเดียว
ควบคู่ไปกับนวัตกรรมการบริการ ที่ได้ให้ความสำคัญอย่างเข้มข้นกับการวางรากฐานความมั่นคงเชิงโครงสร้างแก่ภาคธุรกิจ ผ่านการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน โดยมอบหมายให้ นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ และ นายโสรัจจ์ แรกสกุลชัย ผู้ช่วยเลขาธิการ สายตรวจสอบ จัดสัมมนาใหญ่ “Lessons Learned & Regulatory Expectations for Achieving Governance Excellence” ร่วมกับผู้บริหารและกรรมการอิสระในอุตสาหกรรมกว่า 400 คน เพื่อนำบทเรียนในอดีตเกี่ยวกับจุดอ่อนด้านธรรมาภิบาลและการขาดระบบควบคุมภายในมาแก้ไขที่ต้นเหตุ มุ่งเน้นให้กลไกภายในของแต่ละบริษัทสามารถทำงานเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิผล
พร้อมเร่งรับมือ 3 ความเสี่ยงใหญ่ที่ต้องติดตามใกล้ชิด ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ความผันผวนของอัตราผลตอบแทนกระทบสินทรัพย์/หนี้สิน และความถี่-ความรุนแรงของภัยพิบัติธรรมชาติ โดยย้ำให้บริษัทประกันภัยนำเครื่องมือ ERM และ ORSA มาใช้ปฏิบัติจริงในกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจ
ในระดับมหภาค ได้ยึดแนวทางกำกับดูแลเชิงความเสี่ยงแบบมองไปข้างหน้า (Risk-Based & Forward-looking Supervision) เพื่อเปลี่ยนจากการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาไปสู่การเห็นและจัดการความเสี่ยงก่อนเกิดความเสียหาย โดยนำเครื่องมือหลากมิติเข้ามาเชื่อมโยงกันอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งระบบสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (EWS) การประเมินความเสี่ยงรวม (Composite Risk Rating: CRR) การทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ทั้งระดับ Top-Down และ Bottom-Up เพื่อวัดความแข็งแกร่งด้าน Solvency และ Liquidity
ตลอดจนการกำกับดูแลแบบรวมกลุ่ม (Group-Wide Supervision: GWS) 3 เสาหลัก เพื่อปิดช่องโหว่ความเสี่ยงเชื่อมโยงภายในกลุ่มธุรกิจ การขับเคลื่อนดังกล่าวมุ่งสู่เป้าหมายของแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ที่จะเปลี่ยนภาคประกันภัยให้ทำหน้าที่เป็น “National Risk Buffer” หรือกันชนหลักในการรองรับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับกระบวนการยุติธรรมและการคุ้มครองสิทธิประโยชน์เชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง โดยจัดงานสัมมนาอนุญาโตตุลาการ ประจำปี 2569 มุ่งเจาะลึกองค์ความรู้ด้าน “ประกันสุขภาพ” ร่วมกับ นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย เพื่อสร้างมาตรฐานการวินิจฉัยข้อพิพาทและคำชี้ขาดให้เป็นธรรม สอดคล้องกับต้นทุนทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป พร้อมใช้ข้อมูลข้อพิพาทเป็น “กระจกสะท้อน” เพื่อยกระดับหลักเกณฑ์กำกับดูแล และกำชับให้หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน (Complaint Unit) ของบริษัทประกันภัยทำหน้าที่กลั่นกรองแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง
ขณะเดียวกันยังเร่งคุ้มครองผู้ประกอบการฐานราก โดยลงพื้นที่จังหวัดสงขลาจัดเสวนาเชิงรุก “X-ray ความเสี่ยง” สำหรับผู้ประกอบการ SME ชูผลิตภัณฑ์ “SME Package” และการประกันภัยตามภารกิจพื้นที่ เช่น พืชผล เกษตรกร และชาวประมงเรือพื้นบ้าน เพื่อเป็นเกราะป้องกันความเสียหายทางธุรกิจ และสร้างตระหนักรู้ในการป้องกันการฉ้อฉลประกันภัย
ในฝั่งการสร้างภูมิคุ้มกันระดับสังคม ประสบความสำเร็จในการปิดท้ายแคมเปญ “#พ.ร.บ.มีไว้ทำไม?” ครั้งที่ 5 ณ วิทยาลัยเทคนิคปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นำโดย นางชุลีพร ปัทมาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านประกันภัย เพื่อสอดแทรกความรู้ Edutainment เปลี่ยนเรื่องกฎหมายและการขับขี่ปลอดภัยให้เป็นเรื่องใกล้ตัวแก่นักเรียนนักศึกษา
พร้อมมอบ “ทุน พ.ร.บ.” สนับสนุนกิจกรรมสถานศึกษา ตลอดจนจัดโครงการ “Insurefluencer the new GEN 2026” ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 18,000 คนทั่วประเทศ โดยผู้ชนะเลิศอย่างวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร ได้เข้ารับโล่รางวัลระดับประเทศบนเวที Prime Minister’s Insurance Awards 2026 จาก นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง
การดำเนินงานทั้งหมดสะท้อนกลยุทธ์การกำกับดูแลที่ต่อเนื่องและครบวงจรตั้งแต่การปรับปรุงโครงสร้างภายใน การใช้เทคโนโลยี การกำกับความเสี่ยงเชิงรุก ไปจนถึงการวางรากฐานวัฒนธรรมความปลอดภัยและความรู้ด้านประกันภัยอย่างยั่งยืนทุกระดับชั้น
