ตลท.แนะแนวคิด”เปลี่ยนเงินเก็บ” เป็น”เงินสด”ให้พอใช้หลังเกษียณ

HoonSmart.com>>ถอดรหัสแนวคิดการวางแผนเกษียณยุคใหม่จาก ตลาดหลักทรัพย์ฯ และนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล เน้นสร้างกระแสเงินสดระยะยาว กระจายความเสี่ยง รับการมีอายุยืนพร้อมรู้เท่าทันกลโกงปกป้องความมั่งคั่ง

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยในงาน “โหนเกษียณ ครั้งที่ 2” ซึ่งจัดร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมสู่ชีวิตหลังวัยทำงาน ซึ่งถือเป็นประเด็นท้าทายสำคัญท่ามกลางโครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุค Longevity Society

หลายคนมักเริ่มต้นการวางแผนเกษียณด้วยคำถามที่ว่า “เราต้องเก็บเงินเท่าไหร่?”

แต่ความจริง การวางแผนเกษียณที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ปริมาณเงินออมหรือการสะสมเงินให้ได้มากที่สุดในแต่ละเดือน แต่หัวใจสำคัญคือการคำนวณกระแสเงินสด (Cash Flow) หรือรายได้ที่ต้องการใช้จริงในแต่ละเดือนหรือแต่ละปีหลังจบชีวิตการทำงานประจำ

เพื่อให้สามารถประคองระดับคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ตามเป้าหมายของแต่ละบุคคลได้อย่างมีความสุข แล้วจึงคำนวณย้อนกลับมาเป็นกลยุทธ์การออมและการลงทุน

คำแนะนำดังกล่าวอ้างอิงแนวคิดของศาสตราจารย์ บ็อบ เมอร์ตัน (Bob Merton) หรือ โรเบิร์ต ซี. เมอร์ตันนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)

“แทนที่จะนั่งเครียดว่าต้องมีเงินก้อนสิบล้านหรือร้อยล้าน Professor Bob Merton สอนให้เราตั้งต้นจาก Cash Flow หรือ กระแสเงินสดที่เราอยากใช้จริงในแต่ละเดือน”

ลองจินตนาการถึงไลฟ์สไตล์ที่คุณต้องการ

คุณอยากมีรายได้ใช้จ่ายสบายๆ เหมือนวันสุดท้ายที่ได้เงินเดือน?

คุณอยากไปเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง จะนั่ง Economy หรือ Business Class?

คุณอยากออกกำลังกาย ทานอาหารดีๆ และดูแลสุขภาพอย่างไร?

เมื่อคำนวณได้แล้วว่า “ความสุขประจำวัน” ของคุณต้องใช้เงินเดือนละเท่าไหร่ เราค่อย คำนวณย้อนกลับ เพื่อหาว่าเราต้องวางเงินไว้ที่ไหน ถึงจะสร้างกระแสเงินสดตามเป้าหมายนั้นได้

นอกจากนี้ ควรใช้เครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายเพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ครอบคลุม ทั้งการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ในตลาดอนุพันธ์ ทองคำ รวมถึงตราสารหนี้อย่างพันธบัตรรัฐบาล เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนทุกกลุ่ม

นักลงทุนควรเลือกลงทุนในเครื่องมือที่ตนเองเข้าใจ กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ไม่ลงทุนกระจุกตัว และกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่รับได้

เพราะการพึ่งพาการฝากเงินในธนาคารเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างกระแสเงินสดในระยะยาว เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ระดับประมาณ 1% หรือต่ำกว่านั้น ต้องใช้เงินต้นมหาศาล ตลาดทุนฯจึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสและกระจายความเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนที่เหมาะสม

โดยยกตัวอย่างทีมงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ลองทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ย้อนกลับไปเมื่อ 25 ปีที่แล้ว นับตั้งแต่ปี 2545 การลงทุนสะสมในหุ้นกลุ่ม SET50 หรือ SET100 เดือนละ 10,000 บาท รวมเงินต้นเกือบ 3 ล้านบาท แล้วนำเงินปันผลกลับไปลงทุนซ้ำ

พบว่ามูลค่าพอร์ตสามารถเติบโตแตะเกือบ 9 ล้านบาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 8.1% ต่อปี แม้จะผ่านวิกฤตและความผันผวนทางเศรษฐกิจหลายครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการลงทุนระยะยาว

สำหรับทางเลือกการลงทุนสำหรับผู้สูงวัยและผู้ที่กำลังเตรียมตัวเกษียณ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันถึงความพร้อมในการเป็นประตูเชื่อมโยงโอกาสทางการเงินอย่างทั่วถึง (Trusted Gateway to Inclusive Opportunities) โดยเสนอทางเลือกหลากหลาย เช่น

หุ้นปันผลสูง  กลุ่มที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล  ในระดับ 4–5% หรือบางตัวสูงถึง 6–7% ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอสู้กับความผันผวนของราคาหุ้นในระยะสั้น

กระจายการลงทุนสู่ต่างประเทศและโภคภัณฑ์ ในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนไทยซื้อหุ้นชั้นนำระดับโลกด้วยเงินบาทได้สะดวก รวมถึงตราสารอนุพันธ์ทองคำในตลาด TFEX ล่าสุด มี Bond Connect  เพื่อลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก และกระจายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะทางการเงิน (Financial Literacy) ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแพลตฟอร์ม e-Learning และแอปพลิเคชัน เช่น “Happy Money”  และ HAPPY RETIREMENT ที่ครอบคลุมทั้งการบริหารเงิน การดูแลสุขภาพ และสุขภาวะทางจิตใจ ตลอดจนการฝึกอบรมที่ปรึกษาทางการเงินหลังเกษียณ

เมื่อสร้างเงินก้อนได้แล้ว ปัจจัยสำคัญที่สุดในการรักษาความมั่งคั่งหลังเกษียณคือการมีสติและระมัดระวังภัยจากการหลอกลวงลงทุน

นักลงทุนควรประเมินข้อเสนอการลงทุนอย่างรอบคอบ โดยยึดหลักตระหนักรู้ว่าข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริงหรือ Too Good to Be True นั้น มักไม่มีอยู่จริงในโลกการลงทุน โดยขอให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องและตักเตือนคนในครอบครัวเพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินที่สะสมมาตลอดชีวิต

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯพร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและยกระดับความรู้ผู้ลงทุน เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนทุกคนสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินและใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความสุขและมั่นคง