“หุ้นเอเชีย” ร่วงทั้งภูมิภาค น้ำมันพุ่ง วิตกเงินเฟ้อ

HoonSmart.com>> “ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิ” เช้านี้ ปรับตัวลงทั้งภูมิภาค ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้ร่วง 2.14% หลังราคาน้ำมันพุ่ง แรงเทขายในตลาดสหรัฐฯ ด้านข้อมูลอัตราเงินเฟ้อล่าสุดตอกย้ำการคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ ( 11 กันยายน 2569) ปรับลงแรง ดัชนีNikkei ร่วงลงกว่า 3% โดยได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า West Texas Intermediate (WTI) พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง

ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลดลง 1,991.60 จุด หรือ 3.05% จากระดับปิดเมื่อวันพฤหัสบดี มาอยู่ที่ 63,279.35 จุด ส่วนดัชนี Topix ปรับตัวลดลง 76.92 จุด หรือ 1.90% มาอยู่ที่ 3,977.66 จุด

ในตลาด Prime Market ซึ่งเป็นตลาดหละก หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มเครื่องจักร

ณ เวลา 09.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 154.46-48 เยน เทียบกับระดับ 154.36-46 เยนในตลาดนิวยอร์ก และ 153.40-42 เยนในตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันพฤหัสบดี

ณ เวลา 9.37 น. ตามเวลาประเทศไทย

ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 63,493.35 จุด ลดลง 1,777.6 จุด, -2.72%

ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิปรับตัวลงทั้งภูมิภาคหลังจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทำให้เกิดการเทขายในตลาดสหรัฐฯ ขณะที่ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อล่าสุดตอกย้ำการคาดการณ์เกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ดัชนี MSCI Asia Pacific ลดลง 1.3% โดยหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นผู้นำในการปรับตัวลง

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้สร้างความยุ่งยากมากขึ้นให้กับธนาคารกลางต่างๆ เนื่องจากความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้มีความเสี่ยงที่ราคาพลังงานจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป เหตุโจมตีเรือขนส่งสินค้าที่แล่นผ่านเส้นทางเดินเรือสายสำคัญแห่งนี้ที่เพิ่มจำนวนขึ้นได้ผลักดันให้ราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งยิ่งตอกย้ำความกังวลว่าต้นทุนด้านพลังงานจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปสู่อัตราเงินเฟ้อ

ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อราคาผู้ผลิตสหรัฐที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ยังช่วยหนุนการคาดการณ์เกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในสัปดาห์หน้า

กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนสิงหาคม โดย ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่า 5.3% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ส่วนเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป เพิ่มขึ้น 0.4% สอดคล้องการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐาน เพิ่มขึ้น 0.2% ต่ำกว่า 0.3% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch บ่งชี้ว่า ขณะนี้บรรดาเทรดเดอร์มองว่ามีโอกาส 70% ที่ เฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในสัปดาห์หน้า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากประมาณ 64%

พันธบัตรได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมหลังจากกระทรวงการคลังซื้อคืนหลักทรัพย์น้อยกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีแตะระดับ 5%

รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับความเชื่อมั่นด้านความเสี่ยง โดยนักลงทุนต่างจับตาดูว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อแรงกดดันด้านราคาในวงกว้างหรือไม่ หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรและความคาดหวังเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่กดดันตลาดหุ้น ในขณะที่หากตัวเลขออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจยิ่งทำให้เกิดการเทขายมากขึ้น

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,865.509 จุด ลดลง 68.89 จุด, -1.75%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 24,681.18 จุด ลดลง 273.29 จุด, -1.1%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,883.32 จุด ลดลง 150.6 จุด, -2.14%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 46,276.49 จุด ลดลง 664 จุด, -1.41%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 0.3 ดอลลาร์หรือ +0.29% ซื้อขายที่ 102.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 0.29 ดอลลาร์หรือ +0.27% ซื้อขายที่ 107.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–