KTAM ตอกย้ำศักยภาพบริหารกอง Prop & Infra จ่ายปันผล-ลดทุน 4 กองทุน ดีเดย์ 11 ก.ย.นี้

HoonSmart.com>>บลจ.กรุงไทย (KTAM) ตอกย้ำศักยภาพบริหาร “กลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” ผลงานดีต่อเนื่องจ่ายเงินปันผล-ลดทุนงวดไตรมาส 2/69 รวม 4 กองทุน “TTLPF-KBSPIF-EGATIF-TFFIF” พร้อมกัน 11 ก.ย.นี้

ชวินดา หาญรัตนกูล

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดตราสารหนี้ไทย ยังค่อนข้างปรับตัวน้อยกว่าตราสารหนี้ในต่างประเทศ โดยคาดการณ์ว่าทิศทางของดอกเบี้ยของไทย ยังคงดอกเบี้ยอยู่ในระดับนี้ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2026 จึงเป็นโอกาสที่การลงทุนในกลุ่ม Infrastructure Fund และ Property Fund มีความน่าสนใจขึ้น อีกทั้งการลงทุนในกลุ่มนี้ยังช่วยกระจายความเสี่ยงจากสถานการณ์เศรษฐกิจในต่างประเทศที่ยังมีความผันผวน และมีโอกาสสร้างกระแสเงินสด (Passive Income) ให้กับพอร์ตลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยภาพรวมกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ยังคงมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นสาธารณูปโภคจำเป็นที่มีรายได้ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจต่ำ

โดยในช่วงที่ผ่านมา KTAM ยังคงสามารถสร้างผลงานได้ดีต่อเนื่องในการบริหารกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จึงได้กำหนดจ่ายเงินปันผลและลดทุนสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1เม.ย. –30 มิ.ย. 2569 พร้อมกันจำนวน 4 กองทุน ในวันที่ 11 ก.ย. 69 ดังนี้

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 1 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตลาดไท (TTLPF) ซึ่งลงทุนในสิทธิการเช่าของสิ่งปลูกสร้างบางส่วนในโครงการตลาดไท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 63 ในอัตรา 0.1907 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 5 ที่อัตรา 0.2950 บาท ต่อหน่วย รวมจ่ายเงินปันผลและเงินลดทุน จำนวน 0.4857 บาทต่อหน่วย

และกลุ่มกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน 3 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลครบุรี (KBSPIF) ซึ่งลงทุนในสิทธิในผลประโยชน์จากการประกอบกิจการไฟฟ้าในสัดส่วนร้อยละ 62% ของรายได้ค่าไฟฟ้าจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของ บจก.ผลิตไฟฟ้าครบุรี กับ กฟผ. และภายในกลุ่มน้ำตาลครบุรี สัญญาเข้าลงทุนมีระยะเวลาถึงปี 2582 จึงเหมาะกับนักลงทุนที่มองหาโอกาสรับกระแสรายได้จากทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 24 ในอัตรา 0.1900 บาทต่อหน่วย

ลำดับถัดมาคือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGATIF) ซึ่งลงทุนในสิทธิในรายได้ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 กำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 42 ในอัตรา 0.0696 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 20 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย รวมจ่ายเงินปันผลและเงินลดทุน จำนวน 0.2096 บาทต่อหน่วย

และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) ลงทุนในสิทธิในรายได้ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางสุทธิ ที่จัดเก็บได้จากโครงการทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษบูรพาวิถี ซึ่งบริหารโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยสัญญาเข้าลงทุนของกองทุนจะสิ้นสุดปี 2591 กำหนดจ่ายปันผลครั้งที่ 31 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1เม.ย. –30 มิ.ย. 2569 ในอัตรา 0.1133 บาทต่อหน่วย

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th