FETCO ชี้ดัชนีเชื่อมั่นหุ้นไทยพุ่ง 165 จุด “ร้อนแรง”ทุนต่างชาติ-ท่องเที่ยวหนุน 

HoonSmart.com>>สภาธุรกิจตลาดไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนทะยานสู่ระดับ Bullish 165 จุด เข้าขั้น “ร้อนแรง” หลัง Fund Flow ต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง ตอบรับการแก้ไขปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ แรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยว ขณะที่นักลงทุนในประเทศยังคงระมัดระวังต่อปัจจัยเสี่ยงด้านการเมือง-เศรษฐกิจโลก

 

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) พบว่า สภาพการลงทุนในตลาดหุ้นไทยอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่า “ร้อนแรงอย่างมาก” โดยรวมผู้ลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมองภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเชิงบวก และมีแนวโน้มอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากการสำรวจจำแนกรายหมวดธุรกิจ พบว่า กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics) ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสูงที่สุดในรอบนี้ ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจน้อยที่สุดคือ กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ (Media & Publishing)

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่สุดที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทุกกลุ่ม คือ กระแสเงินทุนไหลเข้า (Fund Flow) ที่คาดว่าจะเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยบวกถัดมาคือ สถานการณ์การเมืองในประเทศ ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางรัฐบาล อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตสถานการณ์การเมืองขาดเสถียรภาพ ก็จะกลายเป็นความเสี่ยงสูงสุด (Negative Factor) ของตลาดเช่นกัน แม้ FETCO คาดว่าความเสี่ยงดังกล่าวจะยังไม่เกิดขึ้นในระยะสั้นก็ตาม

ในส่วนของดัชนีความเชื่อมั่นมองไปข้างหน้า (Forward-looking Index) ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากระดับเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 165 จุด ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงมาก (เกณฑ์เกิน 120 จุดถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีและอยู่ในภาวะ Bullish มาก)

เมื่อแยกตามกลุ่มนักลงทุน พบว่า กลุ่มนักลงทุนต่างชาติมีความเป็น Bullish สูงที่สุด เนื่องจากมองเห็นพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของไทย เช่น ความพยายามในการสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ การจัดระเบียบและแก้ปัญหาหนี้สิน ครัวเรือน และ SME ตลอดจนการปรับปรุงกฎเกณฑ์ในตลาดทุนเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่น (Trust and Confidence) กลับคืนมา

ขณะที่ กลุ่มนักลงทุนสถาบันและรายย่อยในประเทศ อาจมีความระมัดระวังมากกว่า เนื่องจากทยอยขายทำกำไรหลังจากตลาดปรับตัวขึ้นแรง และตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงรอบด้านมากกว่า โดยกลุ่มผู้สื่อข่าวและโบรกเกอร์ยังคงมีมุมมองเชิงบวกอย่างใกล้ชิด

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตาตามมุมมองนักลงทุนต่างชาติ ได้แก่ กลุ่มขนส่งและท่องเที่ยว (Transportation & Tourism) ซึ่งคาดว่าจะได้รับอานิสงส์เต็มที่จากช่วง High Season ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี รวมถึงการทะลักเข้ามาของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลาง

ขณะที่นักลงทุนในประเทศยังคงชื่นชอบ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (Banking) เนื่องจากสถาบันการเงินมีสภาพคล่องสูง และสามารถจ่ายเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับดีทั้งช่วงกลางปีและปลายปี แม้ว่าการเติบโตของสินเชื่อจะยังคงชะลอตัวก็ตาม

ภาพรวมผลงานตลาดหุ้นไทยปีนี้ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 26.6% ซึ่งถือว่าอยู่ในอันดับ 5 ของโลก เป็นรองเพียงตลาดหุ้นที่ได้อานิสงส์จากกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์อย่างเกาหลีใต้และไต้หวัน ผลักดันให้ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 25%

แม้ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติจะมีการขายทำกำไรออกไปประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาท จากความผันผวนของ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) แต่ภาพรวมทั้งปียังคงเป็นยอดซื้อสุทธิ (Inflow) กว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะยาว