HoonSmart.com>> บลจ.กรุงไทย (KTAM) จับมือพาร์ตเนอร์ระดับโลก Fidelity เปิดตัวกองทุน “KTWC-ALPHA” ชูกลยุทธ์เชิงรุก Core-Satellite เฟ้นหาหุ้นเด่นทั่วโลก เปิดขาย IPO พร้อมกัน 2 ชนิดหน่วยลงทุน “ชนิดสะสมมูลค่า – ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ RG” ระหว่าง 1 – 8 ก.ย.นี้

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2569 แม้จะมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น แต่ประมาณการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในหลายภูมิภาคและอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในอดีตชี้ชัดว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ชนะในวันนี้อาจพลิกกลับเป็นผู้แพ้ได้ในอนาคต นักลงทุนจึงจำเป็นต้องปรับพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างคล่องตัว ด้วยเหตุนี้ KTAM จึงร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง Fidelity International เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดกรุงไทย World Class Alpha (KTWC-ALPHA) (ความเสี่ยงระดับ 6) เพื่อช่วยปลดล็อกการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้นักลงทุน โดยจะเปิดเสนอขายครั้งแรกพร้อมกัน 2 ชนิดหน่วยลงทุน คือ ชนิดสะสมมูลค่า (Class A) และชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ RG (Class RG) ในระหว่างวันที่ 1 – 8 กันยายน 2569 นี้ โดยผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้ผ่านธนาคารกรุงไทย รวมถึงแอปพลิเคชัน Next และ KTAM Smart Trade

กองทุน KTWC-ALPHA เป็นหนึ่งในกลุ่มกองทุน KTWC Series ซึ่งเป็นกลุ่มกองทุนที่เสนอขายก่อนหน้าและได้เสียงตอบรับจากนักลงทุนอย่างดี ด้วยขนาดมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) รวมทุกกองทุนกว่า 32,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569) สำหรับกองทุน KTWC-ALPHA มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนหุ้นของกองทุนรวมต่างประเทศ อาทิ หน่วย CIS หรือ กองทุนรวม ETF ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกิน 79% ของ NAV
นอกจากนี้ อาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ สัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 20% ของ NAV ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะมอบหมายให้ FIL Investment Management (Hong Kong) Limited เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน (Outsource) ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่บริษัทจัดการกำหนด
จุดเด่นของกองทุน KTWC-ALPHA นี้ คือการจัดพอร์ตการลงทุนแบบ Core-Satellite ในสัดส่วน 70/30 โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่ประมาณ 70% จะทำหน้าที่เป็นแกนหลักของพอร์ตการลงทุน (Core Portfolio) โดยเน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัวแบบ Bottom-up จากหุ้นทั่วโลกกว่า 2,500 บริษัท ให้เหลือเพียง 60-80 บริษัทที่เป็นไอเดียการลงทุนที่ดีที่สุด และได้รับการจัดอันดับเรตติ้งที่น่าลงทุนจากทีมนักวิเคราะห์ ในขณะที่อีก 30% จะลงทุนในส่วนเสริม (Satellite Portfolio) เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะสั้น-กลาง ผ่านการวิเคราะห์การลงทุนแบบ Top-down โดยหมุนเวียนตามกลุ่มอุตสาหกรรม ภูมิภาค หรือธีมการลงทุนต่าง ๆ ที่มีความน่าสนใจ ณ ขณะนั้น เช่น หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด หรือหุ้นจีน A-Shares ฯลฯ (สัดส่วนการลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)
“ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ที่เผชิญความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และการสลับกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) อย่างรวดเร็ว อีกทั้งวัฎจักรเทคโนโลยี AI กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เฟสที่ต้องเลือกเฟ้นหุ้นอย่างยืดหยุ่นมากขึ้น ดังนั้นการลงทุนเชิงรับแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป การปรับพอร์ตเชิงรุกด้วยข้อมูลลึกระดับสากลจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มหรือ Alpha เพื่อก้าวข้ามทุกความท้าทาย เราจึงเชื่อมั่นว่า กองทุน KTWC-ALPHA จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือกในการลงทุนเท่านั้น แต่จะเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการปลดล็อกขีดจำกัด และสร้างโอกาสเติบโตให้แก่พอร์ตเพื่อโอกาสสร้างความมั่งคงระยะยาวให้แก่นักลงทุนได้อย่างแท้จริง” นางชวินดา กล่าว
“ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 และธนาคารกรุงไทย หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn
