HoonSmart.com>> “ตลาดหุ้นโตเกียว-เอเชีย” เช้านี้ลดลง สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังสหรัฐโจมตีอิหร่าน น้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า หลังถ้อยแถลงประธานเฟดตลาดคาดมากขึ้นเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือนก.ย.นี้
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกร่วงลง และดอลลาร์ยังคงแข็งค่าขึ้น หลังจากคำกล่าวที่แข็งกร้าวของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทำให้เกิดการคาดการณ์มากขึ้นว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้( 31 สิงหาคม 2569) ปรับตัวลดลง จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังสหรัฐโจมตีอิหร่าน และจากความเคลื่อนไหวของเงินเยน
ดัชนี Nikkei 225 ร่วงลง 1,376.88 จุด หรือ 2.07% จากระดับปิดเมื่อวันศุกร์ มาอยู่ที่ 65,028.68 จุด ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ขณะที่ดัชนี Topix ซึ่งลดลง 41.34 จุด หรือ 1.00% มาอยู่ที่ระดับ 4,105.37 จุด
ในตลาด Prime Market ซึ่งเป็นตลาดหลักนั้น หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดได้แก่ กลุ่มโลหะนอกกลุ่มเหล็ก กลุ่มเครื่องจักร และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 160 เยนเล็กน้อยในการซื้อขายที่ตลาดโตเกียวช่วงเช้าวันจันทร์ หลังจากที่พุ่งทะลุระดับ 160 เยนในตลาดนิวยอร์กเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการเข้าแทรกแซงตลาดร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เพื่อพยุงค่าเงินเยนเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังจากที่นายเควิน วอร์ช เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่ส่งสัญญาณเปิดช่องให้มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ณ เวลา 09.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ค่าเงินดอลลาร์อยู่ที่ระดับ 160.12-13 เยน เทียบกับระดับ 159.92-160.02 เยนในตลาดนิวยอร์ก และ 159.50-51 เยนในตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันศุกร์
ณ เวลา 8.38 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 65,198.83 จุด ลดลง 1,206.73 จุด, -1.82%
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกร่วงลง และดอลลาร์ยังคงแข็งค่าขึ้น หลังจากคำกล่าวที่แข็งกร้าวของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทำให้เกิดการคาดการณ์มากขึ้นว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น
ดัชนีหุ้นเอเชียแปซิฟิกของ MSCI ลดลง 0.8% นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยดัชนี Kospi ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ลดลงกว่า 3%
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น 1.6% สู่ระดับ 89.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่านเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งกำลังเตรียมการปล่อยทุ่นระเบิดเข้าไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้สถานการณ์ที่ค่อนข้างสงบมานานหลายสัปดาห์ต้องยุติลง
ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ หลังจากที่พุ่งขึ้นแข็งค่าที่สุดในรอบประมาณหนึ่งเดือนเมื่อวันศุกร์ อันเป็นผลมาจากถ้อยแถลงของนายวอร์ช (Warsh) ทางด้านค่าเงินเยนยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 160.04 เยนต่อดอลลาร์ หลังจากที่ร่วงลงไปแตะระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้
ไคล์ ร็อดดา นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Capital.com ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดดูเหมือนจะเริ่มต้นสัปดาห์การซื้อขายอย่างไม่มั่นคง ความเชื่อมั่นจะไม่ดีขึ้นเลยจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างพากันคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มมากขึ้นว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%ในเดือนหน้า มี และดำเนินนโยบายเข้มงวดอย่างน้อยอีกครั้งในปีหน้า ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,952.121 จุด เพิ่มขึ้น /ลดลง -0.05 จุด, -0.65%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,420.63 จุด ลดลง 164.16 จุด, -0.64%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,614.38 จุด ลดลง 174.5 จุด, -2.57%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 45,716.74 จุด ลดลง 614.71 จุด, -1.33%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 1.59 ดอลลาร์หรือ + 1.91 % ซื้อขายที่ 84.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 1.87 ดอลลาร์หรือ + 2.12% ซื้อขายที่ 89.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

