HoonSmart.com >> CGSI เชียร์ “ซื้อ” BH ระบุ แนวโน้มที่ดีขึ้นหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย และฐานผู้ป่วยที่กระจายตัว คาดรายได้เพิ่มขึ้นจากการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนสูง เคาะราคาเป้า 212 บาท

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) มีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มรายได้มากขึ้น บริษัทให้แนวทางว่ารายได้จะเติบโต 3% yoy ในไตรมาส 3/69 เทียบกับ 3.8% ในไตรมาส 2/69 ทั้งนี้ ในไตรมาสสอง รายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติยังคงเติบโต 7.1% yoy นำโดยผู้ป่วยจากเมียนมา, ตะวันออกกลาง และสหรัฐ แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยต่างชาติจะลดลง 6%
ดังนั้น เมื่อรวมผลจากการปรับขึ้นค่ารักษา 4% แล้ว ฝ่ายวิเคราะห์ฯประมาณการว่ารายได้จากการรักษาโรคซับซ้อน (revenue intensity) จะเพิ่มขึ้น 14% yoy สำหรับผู้ป่วยชาวต่างชาติ และ 5% สำหรับผู้ป่วยชาวไทย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า intensity growth น่าจะอยู่ที่ 9% และ 1% ตามลำดับ
นอกจากนี้ แม้จะประมาณการว่าจำนวนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางน่าจะลดลง 11% yoy ในไตรมาส 2/69 แต่ได้คาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้วจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคนี้ช่วงไตรมาส 2/69 และเชื่อว่าจำนวนผู้ป่วยจะกลับมาฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง 69 เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ คาดว่า BH จะมีรายได้จากกิจการโรงพยาบาลเติบโต 4% yoy ในไตรมาส 3/69 และมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 52.0% ในไตรมาส 2/69 เป็น 52.5% จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แม้จะยังต่ำกว่า GPM ในไตรมาส 3/68 เพราะการแข่งขันในกลุ่มตลาดผู้ป่วยชาวต่างชาติทวีความรุนแรงขึ้น
ขณะที่บริษัทยังสามารถคุมอัตราส่วน SG&A/รายได้อยู่ที่ 15.8% จึงประมาณการว่า BH จะมีกำไรสุทธิ 2,083 ล้านบาทในไตรมาส 3/69 หรือเพิ่มขึ้น 2% yoy และ 10% qoq ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิในงวด 9 เดือนปี 69 อยู่ที่ 5,763 ล้านบาท หรือคิดเป็น 77% ของประมาณการในปี 69 ดังนั้น เราจึงปรับประมาณการกำไรขึ้น 4% ในปี 69-70 และ 2% ในปี 71
BH มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง โดยบริษัทจ่ายเงินปันผล 2 บาท/หุ้นสำหรับผลประกอบการในครึ่งปีแรก 68 , 9 บาท/หุ้นสำหรับครึ่งปีหลัง 68 และ 4 บาท/หุ้นสำหรับครึ่งปีแรก 69 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริหารต่อกระแสเงินสดในอนาคต
ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์ฯจึงปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลจาก 70% เป็น 100% ในปี 69-71 หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 5% ขณะที่คาดว่า BH จะมี EBITDA ประมาณ 1.0-1.1 หมื่นล้านบาทต่อปีในปี 69-71 ซึ่งเพียงพอรองรับการจ่ายเงินปันผลปีละ 7.7-8.1 พันล้านบาท
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า แนวโน้มที่ดีขึ้นหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย และฐานผู้ป่วยที่กระจายตัว ทำให้ยังแนะนำ “ซื้อ” BH ที่ราคาเป้าหมาย 212 บาท ซึ่งยังเท่ากับ P/E 24 เท่า ในปี 70 หรือประมาณ -1SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี โดย BH อาจมี downside risk หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยกระดับขึ้นและการแข่งขันในกลุ่มตลาดผู้ป่วยชาวต่างชาติทวีความรุนแรงขึ้น ส่วนปัจจัยบวกคือการที่อุปสงค์สะสมจากผู้ป่วยในตะวันออกกลางแข็งแกร่งกว่าคาด และการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้มีผู้ป่วยจากกัมพูชาเดินทางมารับการรักษาในโรงพยาบาลไทยเพิ่มมากขึ้น
