หุ้นปิดลบ 5.04 จุด ต่างชาติขาย 958 ล้าน

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นปิดลบ 5.04 จุด รอประเมินงบ NVIDIA – ประชุม Jackson Hole กลางสัปดาห์ แรงขายกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน วัสดุก่อสร้าง นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 958 ล้านบาท

ตลาดหุ้นวันที่ 25 ส.ค.2569 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,596.01 จุด -5.04 จุด หรือ -0.31% มูลค่าการซื้อขาย 59,753.33 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีแตะสูงสุดที่ 1,602.81 จุด และต่ำสุด 1,592.60 จุด

นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 957.82 ล้านบาท ด้านนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 645.13 ล้านบาท รองลงมาบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 297.77 ล้านบาทและสถาบันซื้อสุทธิ 14.92 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) เผยตลาดหุ้นปรับตัวลดลงรอประเมินงบ NVIDIA และการประชุม Jackson Hole กลางสัปดาห์ โดยกลุ่มที่หนุนดัชนีวันนี้คือ กลุ่มธนาคาร KTB กลุ่มโรงไฟฟ้า (GPSC, GULF) กลุ่ม ICT (ADVANC) กลุ่มท่องเที่ยว MINT ฯลฯ ส่วนกลุ่มที่กดดัชนีคือ กลุ่มชิ้นส่วน (DELTA) กลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP, TOP, BCP, SPRC) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (SCC) ฯลฯ

หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น KTB +1.14% ปรับขึ้นจากมุมมองบวก 1) คาดธนาคารสามารถรักษาระดับ ROE ที่ 10% และเงินปันผล dividend yield ต่อปีที่ 6% ได้ โดย 1H26 คาดจ่ายที่ 0.43 บ./หุ้น (yield ที่ 1.0%) 2) มีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำ 3) คาดได้ประโยชน์จาก Investment Cycle รอบใหม่ และดอกเบี้ยขาลงจบแล้ว

GPSC +2.97% , BGRIM +1.08% , GULF +0.4% กลุ่มโรงไฟฟ้าปรับขึ้น จากมุมมอง 1) เป็นหุ้นกลุ่ม Anti commodity ที่กระแสบวกจากราคาพลังงานปรับลง อิง น้ำมัน Brent -1.7%d-d 2.)KSS มองเป็นกลุ่มที่มีภาพบวก ระยะยาวได้ประโยชน์จากธีม PDP26F และ Data Center ต่อเนื่อง ระยะสั้นเก็งทิศทางแผน PDP26F ใหม่ หลังภาครัฐเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น ในเดือน ก.ย. ซึ่งคาดว่าจะมีกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าก๊าซใหม่สูง 2 หมื่น MW (ถือว่าสัดส่วน) บวกต่อโรงไฟฟ้า IPP (รวม GPSC) กลยุทธ์ เน้น GPSC, GULF

MICRO +1.48% ราคาหุ้นปรับขึ้น โดยวันนี้งานประชุมนักวิเคราะห์ KSS มีมุมมอง Slightly Positive ต่อการประชุมเพราะแผนการดำเนินงานดีตามคาด เราคงคาดกำไรสุทธิ 2026-27F ที่ 112 และ 115 ลบ. เพิ่มขึ้น +143% y-y และ +2% y-y ตามลำดับ โดยเราคงคำแนะนำ BUY ที่ TP27F 2.10 บ. เพราะ 1) คาดคุณภาพสินทรัพย์ผ่านจุดแย่สุดแล้ว 2) กำไรสุทธิปี 2026-27F คาดเพิ่มขึ้น +143% y-y และ +2% y-y ตามลำดับ 3) ราคาหุ้นซื้อขาย PBV ที่ 0.7x เทียบเท่า -0.75SD

PTT -1.22%, PTTEP -1.34% หุ้นพลังงานต้นน้ำปรับลงรับทิศทางราคาน้ำมันที่เป็นขาลง ล่าสุด น้ำมันดิบ Brent บ่ายนี้ปรับลงเร็ว หลุด 90 เหรียญสหรัฐ ลงมา -2.3%d-d มาที่ 88.4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แรงกดดันมาจาก มุมมองความตึงเครียดตะวันออกกลางเบาลง ล่าสุด สหรัฐเน้นใช้มาตรการที่สร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ทำให้ตลาดมองว่าความเสี่ยงการใช้กำลังทหารลดลง และกระแสข่าวสหรัฐฯ ได้เสนอข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อยุติการปิดล้อมและยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

TOP -3.98%, IRPC -3.97% , SPRC -3.94% จิตวิทยาลบจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลง และ สัปดาห์ล่าสุด รายงานค่าการกลั่น SG GRM -7% w-w มาที่ 20.1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล Gasoline และ Fuel oil spread -8%/ -61% w-w จากกังวล supply ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มออกมาเพิ่มขึ้น และ demand กลุ่มเดินเรือชะลอในช่วงมรสุมโดยเฉพาะจีนและอินเดีย KSS มีมุมมอง SG GRM ส.ค. ทรงตัว m-m ความต้องการ U.S. driving season หนุนต่อเนื่อง ชดเชยกับ supply จีนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการผลิตของ teapot refinery

5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่

DELTA ปิดที่ 250.00 บาท -4.00 บาท หรือ -1.57% มูลค่าการซื้อขาย 3,604.56 ล้านบาท
PTT ปิดที่ 40.50 บาท -0.50 บาท หรือ -1.22% มูลค่าการซื้อขาย 3,302.10 ล้านบาท
TTB ปิดที่ 2.90 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 3,249.31 ล้านบาท
KBANK ปิดที่ 253.00 บาท -1.00 บาท หรือ -0.39% มูลค่าการซื้อขาย 2,906.42 ล้านบาท
KTB ปิดที่ 44.50 บาท +0.50 บาท หรือ +1.14% มูลค่าการซื้อขาย 2,724.36 ล้านบาท

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–