HoonSmart.com >> CGSI แนะ “คงน้ำหนัก” กลุ่มธนาคาร ชู KBANK หุ้นเด่นของกลุ่ม เหตุค่าฟี ธุรกิจ Wealth สูง 18% ของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในปี 68 รวมทั้งยีลด์ปันผลสูง 5.7-5.9% ในปีนี้ และระยะยาว 5 ปี มีความสามารถทำกำไรสูง

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.69 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานผลการสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อในไตรมาส 3/69 ผลสำรวจชี้ว่าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ จะเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนความต้องการสินเชื่อภาคธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ส่วนความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนน่าจะอยู่ในระดับต่ำ
นอกจากนี้ สถาบันการเงินที่เข้าร่วมการสำรวจจะยังคงใช้เกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดสำหรับลูกค้าในภาคธุรกิจ
รวมทั้งอาจปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ ขณะที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากไตรมาสก่อนหน้าสำหรับลูกค้า SME ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง
ผลสำรวจระบุว่า สินเชื่อรายย่อยในไตรมาส 3/69 จะเติบโตจากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล โดยลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลอาจต้องการเงินทุนเพิ่มขึ้น qoq เพื่อการบริโภคอย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินมองว่าความต้องการสินเชื่อรถยนต์จะลดลง qoq หลังสิ้นสุดช่วงจัดแคมเปญทางการตลาดและส่งเสริมการขายสำหรับผู้ซื้อรถ
นอกจากนี้ สถาบันการเงินยังพบว่าความต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์สันดาป (ICE) ลดลง ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ฯ เชื่อว่า สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น เนื่องจากราคาขายปลีกน้ำมันพุ่งสูงขึ้น อีกทั้งรถ EV ในประเทศไทยมีราคาจับต้องได้มากขึ้น
ทั้งนี้ สถาบันการเงินมีแนวโน้มคงมาตรฐานการให้สินเชื่อสำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อยทุกประเภทในไตรมาส 3/69 ฝ่ายวิเคราะห์ฯจึงยังคงประมาณการอัตราการเติบโตของสินเชื่อของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 3.9% ในปี 69 เพราะตามผลสำรวจแล้ว สินเชื่อน่าจะเติบโตแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง 69
สำหรับคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มธนาคาร ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าสินเชื่อ Stage 2 (Underperforming Loans) ลดลง qoq และอัตราส่วน NPL ทรงตัวใน 2Q26 นอกจากนี้ สินเชื่อทุกกลุ่มมีคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น qoq
นำโดยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อ SME ใน 2Q26 เราจึงคาดว่าอัตราส่วน NPL และอัตราการสำรองหนี้สูญจะทรงตัว qoq ใน 2H26
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า กลุ่มธนาคารไทยมีการประเมินมูลค่าค่อนข้างแพงที่ P/BV ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 0.94 เท่า (เทียบจาก ROE ต่ำที่ 8.7 เท่าในปี 69) แต่ยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 5.4-5.6% ต่อปีในปี 69- 71
แนะนำให้ “คงน้ำหนัก” การลงทุน (Neutral) ในกลุ่มธนาคาร และเลือก KBANK เป็น Top pick เพราะธนาคารมีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth สูงที่ 18% ของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในปี 68 รวมทั้งมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 5.7-5.9% ในปี 69 เมื่อเทียบกับกลุ่ม โดยเชื่อว่า KBANK เป็นผู้นำด้านการบริหารความมั่งคั่ง จึงน่าจะมีความสามารถในการทำกำไรสูงกว่าในระยะยาว (5 ปี)
อย่างไรก็ตาม กลุ่มธนาคารจะมี downside risk หาก NPL และราคาน้ำมันสูงขึ้น ส่วน upside risk จะมาจากการลดต้นทุนด้วยการลดจำนวนพนักงาน รายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่งจากบริการ Wealth และการส่งออกที่เติบโตสูงจากความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์
