HoonSmart.com >> SAAM แตกไลน์ธุรกิจ ลุยอีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์มชื่อดัง ” THAI THAI ” ซื้อกิจการ “อีโค คอมเมิร์ซ (ECO) ” ถือหุ้น 100% ส่งผลเป็นบริษัทย่อยทันที ปักหมุด ! พัฒนาระบบและเครือข่าย อีโค-ซิสเต็ม จำนวน 1-3 ล้านชิ้น/เดือน
นายพดด้วง คงคามี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอเอเอ็ม ดีเวลลอปเมนท์ (SAAM) เปิดเผยว่า วันที่ 20 ส.ค. 2569 บริษัท ฯ เข้าลงทุนใน บริษัท อีโค คอมเมิร์ซ จำกัด (“ECO”) โดยซื้อจากผู้ถือหุ้นเดิม ECO ประกอบด้วย
1. นายทชากร ยังสุขชีพ 54.66%
2. นายปกรณ์ เสริมสุข 13.33%
3. นายรัตตพงษ์ พลละคร 12.00%
4. นางสาวพัชราภรณ์ ใจวงษา 10.67%
5. นางสาวฉัฐนันท์ เถาศิริพันธ์ 4.67%
6. นางสาวริชชี่ สนิทประชากร 4.67%
ภายหลังการเข้าทำรายการดังกล่าว ทำให้ SAAM ถือหุ้น ECO สัดส่วน 100%
นายพดด้วง กล่าวว่า นโยบายบริษัท ฯ เน้นการดำเนินธุรกิจเป็น “ผู้พัฒนาโครงการ (Project Developer)” เพื่อให้กลุ่มบริษัทมีรายได้อย่างต่อเนื่อง (Recurring Income / Passive Income) ในระยะยาว เริ่มต้นจากการเป็น “ผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้มีรายได้ต่อเนื่องถึง 25 ปี ซึ่งบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการเดินหน้าสู่เป้าหมายของแต่ละประเทศในการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อโอกาสในการขยายธุรกิจดังกล่าวต่อไป
ปัจจุบัน บริษัทฯ มีเป้าหมายขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจผู้พัฒนาโครงการ เป็นผู้พัฒนาโครงการในธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจพลังงาน เพื่อบริหารความหลากหลายของแหล่งที่มาของรายได้
“บริษัท ฯ ได้เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจและมีศักยภาพที่จะเป็น “ผู้พัฒนาโครงการระบบให้บริการด้านอีคอมเมิร์ช ซึ่งรวมถึง ระบบการซื้อขายและบริการผ่าน อีคอมเมิร์ชแพลตฟอร์ม , ไลฟ์คอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม และเครือข่ายการกระจายสินค้า จึงได้เข้าลงทุนใน ECO ซึ่งสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องอันใหม่ (New Recurring Income) ได้ทันที ซึ่งสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์และแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
สำหรับ ECO ประกอบธุรกิจ :
1. ให้บริการด้านอีคอมเมิร์ช ซึ่งรวมถึง ระบบการซื้อขายและบริการผ่านอีคอมเมิร์ช แพลตฟอร์ม และไลฟ์คอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม
2. เป็นตัวแทนและบริหารจัดการด้านการรับส่ง สินค้า พัสดุสิ่งของ และเอกสารภายในประเทศ
ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม THAI THAI มีปริมาณการจัดส่งที่เกิดขึ้นจริง ประมาณ 650,000 ชิ้น/เดือน และมูลค่าธุรกิจส่งเก็บเงินปลายทาง (COD-Cash-On-Delivery) ประมาณ 60 ล้านบาท/ เดือน เป้าหมายมุ่งพัฒนาระบบและเครือข่าย เพื่อขยับไปสู่ระดับ 1-3 ล้านชิ้น/เดือน
