ING ทิ้ง TTB 1.8 หมื่นลบ.เหลือ 11.6% บัวหลวงแนะขายด้วย จับตาระบายระลอกสาม

HoonSmart.com>>หุ้นธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ร่วงตามคาด 3.45% ตอบรับแบงก์ ING  ขายบิ๊กล็อต 6,890 ล้านหุ้น เหลือ 11.6% ให้ส่วนลดตั้ง 9% ราคาเฉลี่ย 2.64 บาท มูลค่า 18,470 ล้านบาท “ฐากร” ผู้จัดการใหญ่ ยันไม่กระทบการบริหาร เดินหน้าลุย 7 เดือนโตแกร่ง ธุรกิจเวลท์เพิ่ม ROE  นักวิเคราะห์มองต่าง บล.บัวหลวงให้”ขาย” จับตา ING ขายหุ้นระลอกสาม จากครั้งแรกขายโครงการซื้อคืน กำไรส่อแววนิ่ง หุ้นเริ่มแพง บล.กรุงศรี เชียร์ เป้าปีหน้า  3.50 บาท

เช้าวันนี้(19 ส.ค.2569)   ING  Bank N.V. ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่สองของธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ทำรายการขายบิ๊กล็อตจำนวน 6,890 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 18,470 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 2.64 บาท/หุ้น ให้ส่วนลดประมาณ 9% หรือ 0.26 บาท/หุ้น เทียบกับราคาปิดที่ 2.90 บาทเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 ที่ดีลการซื้อขายบิ๊กล็อต  ทั้งนี้ ING ขายหุ้นได้ในราคาต่ำที่สุดจากกรอบที่กำหนดไว้ที่ 2.64 – 2.70 บาทต่อหุ้น

การขายหุ้นล็อตใหญ่ครั้งนี้ ธนาคารทหารไทยธนชาตแจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า เป็นการเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ให้แก่นักลงทุนสถาบัน มูลค่าประมาณ 475 ล้านยูโร  ING คาดว่าจะลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 19.5% มาอยู่ที่ 11.6% ของจำนวนหุ้นที่ไม่รวมหุ้นซื้อคืน (Treasury Shares) ที่ธนาคารถืออยู่ และช่วยเพิ่มฟรีโฟลท พร้อมยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานและการบริหารธุรกิจ โดยธนาคารยังคงเดินหน้าซื้อหุ้นคืนต่อไป

ทั้งนี้ การขายบิ๊กล็อตโดยให้ส่วนลดมากถึง 9%  กดดันราคาหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์  ตั้งแต่เปิดการซื้อขายที่ 2.80 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ -3.45%  ระหว่างวันลงไปแตะ 2.74  บาท และมีแรงซื้อเข้ามาประคองราคาปิดเท่ากับเปิดที่ 2.80 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 28,876.54  ล้านบาท

​นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเพิ่มเติมกรณีที่ ING Bank N.V.เสนอขายหุ้นบิ๊กล็อตสูงกว่า 18,000 ล้านบาท โดยให้ยึดคำตอบตามที่ธนาคารได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นหลัก ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงจาก 19.5% มาอยู่ที่ 11.6% ของจำนวนหุ้นที่ไม่รวมหุ้นซื้อคืน (Treasury Shares) ที่ธนาคารฯ ถืออยู่  พร้อมยืนยันไม่กระทบการบริหาร เผยภาพรวมธุรกิจ 7 เดือนแรกโตแกร่ง รายได้ค่าธรรมเนียมพุ่งทะลุเป้า พร้อมเปิดตัว “ttb superior” ขยายฐานลูกค้าเวลท์สู่กลุ่ม Mass Affluent ดันลูกค้า 5 แสนราย ปั้นเงินล้านบาทแรก เร่งสินเชื่อบ้าน รถ บัตรเครดิต ดัน ROE เติบโตยั่งยืน รับมือสิทธิประโยชน์ภาษีหมดอายุปี 2570

นักวิเคราะห์มองต่างมุม

นายเอนกพงศ์ พุทธภิบาล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS) เปิดเผยผ่านรายงาน BLSResearch Quick Take ว่า ราคาขายบิ๊กล็อตที่ให้ส่วนลดต่ำกว่าราคาในกระดาน จะกลายเป็นปัจจัยลบ (Negative Sentiment) ที่เข้ามากดดันราคาหุ้น TTB ในระยะสั้น

นอกจากนี้ ยอดขายครั้งนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากที่ ING เพิ่งขายหุ้น TTB ไปแล้วราว 4.06 พันล้านหุ้น (4.2% ของหุ้นทั้งหมด) ในราคา 2.26 บาท/หุ้น ผ่านโครงการซื้อหุ้นคืนรอบที่ 4 ของ TTB เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่ารอบบิ๊กล็อตนี้อย่างมาก ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ ING อาจหาจังหวะทยอยเทขายหุ้นที่เหลืออยู่อีกครั้งหลังจากหมดช่วง Lock-up 90 วัน

ปัจจัยพื้นฐานปี 2570 ส่อแววชะลอตัว – Valuation เริ่มแพง

บล.บัวหลวง ประเมินว่ากำไรสุทธิปีหน้าของ TTB จะปรับตัวลดลง 10% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ลดลง

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) พบว่า TTB เริ่มมีความตึงตัวและแพงกว่าหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์อื่นๆ สะท้อนจากอัตราส่วน PBV/ROE Ratio ปี 2570 ที่ระดับ 0.145  เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่อยู่เพียง 0.118 เท่า

จากปัจจัยกดดันรอบด้าน ทั้งเรื่อง Supply ส่วนเกินในตลาดและแนวโน้มกำไรที่ชะลอตัว บล.บัวหลวง จึงปรับคำแนะนำเป็น “ขาย” หุ้น TTB

ล่าสุด TTB รายงานข้อมูลการดำเนินงานเบื้องต้นเดือนก.ค.2569 พบว่า  เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิอยู่ที่ 1,125,705 ล้านบาท ลดลงประมาณ  6,678 ล้านบาท จากสิ้นเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 1,132,383 ล้านบาท

ด้านบล.บล.กรุงศรี เชียร์ซื้อ TTB ให้มูลค่าปีหน้าที่ 3.50 บาท หลังราคาหุ้นปรับตัวลงเพราะ ING ขายหุ้นบิ๊กล็อตในราคาส่วนลดจากราคาตลาดราว 9% อย่างไรก็ตามปัจจัยนี้ไม่กระทบปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะจุดเด่นเรื่องเงินปันผลคาด TTB จะจ่ายปันผลรอบกลางปีนี้ที่ 0.07 บาทต่อหุ้นให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล(ยีลด์)ที่ 2.5% ผสานโอกาสจ่ายปันผลพิเศษจากการดึงเงินของโครงการซื้อหุ้นคืนที่เหลืออีกกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ประเมินปันผลรวมทั้งปีที่ 0.17 บาท ให้ยีลด์ 6%

บล.หยวนต้า(ประเทศไทย)  มองการขายหุ้นครั้งนี้ของ ING ลดพอร์ตเป็นไปนโยบาย เพราะมีแกนนำในการบริหารธุรกิจธนาคารทหารไทยธนชาตอยู่แล้ว  เหมือนดีลพื้นฐานอื่น ไม่กระทบเชิงกลยุทธ์ แต่กระทบต่อราคาหุ้นในตลาด เพราะให้ส่วนลด 9% เทียบกับราคาปิดที่ 2.90 บาท

ส่วนกรณีที่ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวขึ้น สวนทางกับ TTB  วันนี้  เช่น  KKP: 112.50บาท (+3.69%), TCAP: 86.75บาท (+1.76%), KBANK: 249.00บาท (+0.81%)  คาดสาเหตุมาจาก 1) เม็ดเงินอาจสลับจาก TTB เข้าแบงก์อื่นในกลุ่ม 2) ใกล้วันจ่ายปันผลระหว่างกาล โดย KKP ปรับตัวขึ้นแรงจากแรงเก็งกำไรในประเด็นที่ KKP เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่ช่วย ING ดำเนินการขายหุ้น TTB ผ่านรายการบิ๊กล็อต และแนวโน้มผลประกอบการยังดูดี โดยเฉพาะธุรกิจจากตลาดทุน

วอลุ่มตลาดมากเฉียด 1 แสนล้านบาท 

การขายหุ้น TTB บิ๊กล็อตของ ING มูลค่าสูง 18,470 ล้านบาท ส่งผลให้การซื้อขายหุ้นของตลาดโดยรวมมากถึง   97,800.81 ล้านบาท

ขณะเดียวกันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 8,699.80 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ นำโดยนักลงทุนไทยซื้อสุทธิ 6,066.61 ล้านบาท สถาบันซื้อสุทธิ 1,443.33 ล้านบาทและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 1,189.86 ล้านบาท เนื่องจากการเสนอขายหุ้น TTB นอกจากเสนอขายนักลงทุนสถาบันไทยและต่างประเทศแล้ว ยังขายให้นักลงทุนบุคคลรายใหญ่ด้วย

ส่วนดัชนีหุ้นปิดที่ระดับ 1,609.76 จุด -11.86 จุด หรือ -0.73%  ปรับตัวลงตามตลาดต่างประเทศ ตามแรงขายหุ้นกลุ่มชิป กดดันหุ้น DELTA และอิเล็กทรอกนิกส์ของไทย