HoonSmart.com >> “กลุ่มสามารถ” โชว์กำไรติดต่อกัน 8 ไตรมาส เร่งเครื่องครึ่งปีหลัง ลุยประมูล 1 หมื่นล้าน SAV ฟื้น ดัน Backlog จ่อ 2 หมื่นล้าน เปิดธุรกิจแห่งอนาคต AI-Data Center-EV เป็น Growth Engine “วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” ตั้งเป้าปีหน้ารายได้-กำไรเติบโตเท่าตัว

นายวัฒน์ขัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายองค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทสามารถ มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 2,838 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 141 ล้านบาท
ภาพรวมงวด 6 เดือนแรก รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 5,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% จากราว 5,300 ล้านบาทในปีก่อน และ 6 เดือนแรกของปีมี กำไรสุทธิ 280 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 215 ล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะไตรมาส 2 รายได้ขยายตัวประมาณ 18% ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าโมเมนตัมธุรกิจเริ่มเร่งตัวขึ้น
ตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้ 13,000 ล้านบาท และปีหน้าตั้งเป้าผลดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง
จุดที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงตัวเลขกำไรที่เติบโต แต่คือภาพของธุรกิจที่เริ่มมีความสม่ำเสมอมากขึ้น โดยบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้ ต่อเนื่องถึง 8 ไตรมาส สะท้อนว่าฐานกำไรเริ่มมีเสถียรภาพ หลังผ่านช่วงปรับโครงสร้างและบริหารต้นทุนในช่วงที่ผ่านมา
กล่าวได้ว่า SAMART กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการ “ประคองตัว” ไปสู่การ “เก็บเกี่ยวผลจาก Backlog และธุรกิจหลัก” โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังที่มีโอกาสเห็นรายได้จากงานในมือทยอยรับรู้มากขึ้น
SAV ยังเป็นพระเอก แม้เจอแรงกดดันจากภาวะสงคราม
หนึ่งในธุรกิจที่โดดเด่นที่สุดคือ บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ (SAV) แม้ไตรมาส 2 จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งและสงคราม ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินลดลง แต่ความสามารถในการทำกำไรยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง
กำไรลดลงจากไตรมาสก่อนเพียงประมาณ 2.5% หรือราว 20 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิยังทำได้ดีกว่าไตรมาส 1
นายวัฒน์ชัย กล่าวว่า การดำเนินงานกลุ่ม SAMART ครึ่งปีหลังสดใส รับอานิสงส์การจัดตั้งรัฐบาลและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ หนุนงานภาครัฐกลับมาคึกคัก เตรียมเดินหน้าประมูลงานช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม มูลค่าราว 7,500 ล้านบาท ขณะที่ทั้งกลุ่มคาดมูลค่างานที่เข้าประมูลจะทะลุ 10,000 ล้านบาท หวังดัน Backlog สิ้นปีแตะระดับ 20,000 ล้านบาท
นอกจากนี้พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจจากการรับงานประมูลแบบดั้งเดิม สู่โมเดล Turn Key Outsource และเร่งสร้าง New S-Curve ผ่าน Private AI, Cyber Security, Data Center และ EV Charger ขณะที่ธุรกิจการบิน SAV เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
H2 ลุ้นผลงานดีกว่า H1 งบรัฐเริ่มไหล
ภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังการจัดตั้งรัฐบาลและกระบวนการด้านงบประมาณเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนและการเบิกจ่ายงบประมาณเริ่มกลับเข้าสู่ระบบ
สำหรับ SAMART ปัจจัยดังกล่าวถือเป็น Catalyst สำคัญ เนื่องจากธุรกิจหลักส่วนหนึ่งมีความเกี่ยวข้องกับโครงการภาครัฐ ทั้งด้านระบบโทรคมนาคม ดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
บริษัทจึงเตรียมเร่งเครื่องเข้าประมูลงานในช่วง ก.ย.-ธ.ค. มูลค่าประมาณ 7,500 ล้านบาท และหากรวมโครงการของบริษัทในเครือ คาดว่าจะมีมูลค่างานที่เข้าประมูลรวม มากกว่า 10,000 ล้านบาท
เป้าหมายสำคัญคือการสร้าง Backlog ใหม่ เพื่อผลักดันยอดงานในมือของกลุ่มแตะประมาณ 20,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี
จุดนี้ถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อการเติบโต เพราะ Backlog ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยสร้างความต่อเนื่องของรายได้ในปีถัดไป และลดความผันผวนจากการพึ่งพางานประมูลในแต่ละไตรมาส
SAV ฟื้นแรง! Overflight ขุมทรัพย์ 70% ของรายได้
อีกหนึ่งพระเอกของกลุ่มยังคงเป็น SAV หรือ Samart Aviation Solutions โดยทิศทางธุรกิจเริ่มกลับมาเป็นบวก หลังปริมาณเที่ยวบินได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในช่วงก่อนหน้า
สัญญาณฟื้นตัวเริ่มเห็นชัดตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม ซึ่งจำนวนเที่ยวบินเริ่มกลับเข้าสู่ระดับใกล้เคียงภาวะปกติ
ที่สำคัญคือโครงสร้างรายได้ของ SAV มีความน่าสนใจ โดยรายได้จาก Overflight หรือค่าบริการเที่ยวบินที่บินผ่านน่านฟ้ากัมพูชา คิดเป็นประมาณ 70% ของรายได้ธุรกิจการบิน
หนึ่งในตลาดสำคัญคือเวียดนาม ซึ่งมีสัดส่วนเกือบ 40% ของเที่ยวบิน Overflight ทั้งหมด และมีอัตราการเติบโตประมาณ 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ขณะที่มาตรการ ฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางและจำนวนเที่ยวบินเข้าสู่กัมพูชา
หากการเดินทางระหว่างประเทศฟื้นตัวต่อเนื่อง SAV จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบิน โดยเฉพาะธุรกิจ Overflight ซึ่งมีลักษณะเป็นรายได้ที่มีความต่อเนื่องและมีความสำคัญต่อโครงสร้างกำไรของกลุ่ม
เปิดเกมลูกค้าใหม่ ดัน Healthcare-Data Center
นอกจากธุรกิจเดิม SAMART ยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าไปยัง กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมองเห็นโอกาสจากการลงทุนด้านระบบสุขภาพและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
อีกตลาดที่กำลังมีศักยภาพสูงคือ Data Center โดยบริษัทเข้าไปรับงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและสถานีไฟฟ้าย่อย หรือ Substation สำหรับโครงการ Data Center ผ่านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA
นี่ถือเป็นตลาดที่น่าจับตา เพราะการขยายตัวของ Data Center และ Cloud Infrastructure ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าและระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
SAMART ยังมองโอกาสต่อยอดไปสู่ ระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (AMI) ซึ่งจะช่วยขยายบทบาทจากผู้รับเหมางานโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานและดิจิทัลมากขึ้น
SDC ลุ้นต่อสัญญาโครงการใหญ่
สำหรับโครงการที่ทำร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในส่วนของ SDC ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้หลักกว่า 80% ของ SDC นั้น สัญญาปัจจุบันจะสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน
บริษัทคาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการต่อสัญญาหรือการประมูลโครงการใหม่ในช่วงเดือนธันวาคม
หากสามารถรักษาฐานงานเดิมไว้ได้ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยช่วยสร้างความต่อเนื่องของรายได้ ขณะที่หากได้รับงานเพิ่มเติมก็จะช่วยเพิ่ม Backlog ให้กับกลุ่มในช่วงปลายปี
เปิดเกม Private AI ชูจุดขาย “ข้อมูลไม่หลุด”
หนึ่งใน New S-Curve ที่ SAMART ให้ความสำคัญมากขึ้นคือ Private AI แนวคิดดังกล่าวแตกต่างจากการใช้ AI ทั่วไปตรงที่ข้อมูลขององค์กรสามารถเก็บอยู่ภายใน Cloud หรือ Server ของลูกค้าเองแบบ On-premise ช่วยตอบโจทย์องค์กรที่มีข้อมูลสำคัญและกังวลเรื่องความปลอดภัยหรือการนำข้อมูลออกไปประมวลผลภายนอก
จุดขายสำคัญคือ AI สามารถเรียนรู้ข้อมูลภายในองค์กรและนำมาใช้ตอบคำถามหรือสนับสนุนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องนำข้อมูลเดิมมาป้อนใหม่ทุกครั้ง
ตลาดเป้าหมายจึงมีโอกาสครอบคลุมทั้งองค์กรขนาดใหญ่ หน่วยงานรัฐ สถาบันการเงิน และธุรกิจที่มีข้อมูลภายในจำนวนมาก
หาก SAMART สามารถเปลี่ยนจากการเป็นผู้รับเหมาระบบ IT ไปสู่การเป็น Digital Solution Provider ได้สำเร็จ Private AI จะกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีศักยภาพสร้างรายได้ประจำและอัตรากำไรที่ดีขึ้นในระยะยาว
Cyber Security โตตามความกังวลขององค์กร
อีกตลาดที่เติบโตควบคู่กับ Digital Transformation คือ Cyber Security ปัจจุบันทั้งธนาคารและหน่วยงานต่าง ๆ มีความตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการระบบป้องกัน ตรวจสอบ และบริหารความเสี่ยงด้าน Cyber Security เพิ่มขึ้น
สำหรับ SAMART การมีฐานลูกค้าองค์กรและภาครัฐอยู่แล้วจึงเป็นโอกาสในการ Cross-selling บริการด้านความปลอดภัยเข้าไปในโครงการ Digital Solution เดิม
นี่เป็นโมเดลที่น่าสนใจ เพราะช่วยให้บริษัทไม่ได้แข่งขันเฉพาะการประมูลโครงการขนาดใหญ่ แต่สามารถเพิ่มรายได้จากบริการต่อเนื่องหลังส่งมอบระบบแล้ว
จับมือจีนบุก EV Charger สร้างธุรกิจใหม่
ด้านธุรกิจ EV บริษัทเตรียมจับมือกับพันธมิตรจากประเทศจีนเพื่อเดินหน้าติดตั้ง EV Charger
คาดว่าจะมีการแถลงข่าวความร่วมมืออย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนถัดไป ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูสู่ธุรกิจใหม่ที่สอดรับกับเทรนด์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า
แม้ยังต้องติดตามรายละเอียดของโมเดลธุรกิจ มูลค่าโครงการ และศักยภาพในการสร้างรายได้ แต่การเข้าสู่ EV Infrastructure ถือเป็นการต่อยอดความเชี่ยวชาญเดิมของกลุ่มในด้านระบบไฟฟ้าและเทคโนโลยี
จาก “ผู้รับเหมา” สู่ “Turn Key Outsource”
ภาพใหญ่ที่น่าสนใจที่สุดคือ SAMART กำลังเปลี่ยนวิธีคิดในการทำธุรกิจ
จากเดิมที่เน้น รับงานตามโครงการและแข่งขันประมูล บริษัทต้องการขยับไปสู่โมเดล Turn Key Outsource ซึ่งเปิดโอกาสให้มีรายได้จากการบริหารและให้บริการระบบอย่างต่อเนื่องมากขึ้น
ขณะเดียวกันยังเร่งเพิ่มสัดส่วนธุรกิจ Digital Solutions ทั้ง AI, Cyber Security, Data Center, Smart Infrastructure และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ GenAI
กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างฐานรายได้ที่มีความต่อเนื่อง ลดการพึ่งพารายได้จากการประมูลโครงการใหม่เพียงอย่างเดียว และเพิ่มมูลค่าตลอดอายุของลูกค้าแต่ละราย
หุ้น SAMART ต้องจับตา “Backlog + SAV + New S-Curve”
เมื่อมองไปข้างหน้า SAMART มี 3 เครื่องยนต์ที่ต้องติดตาม
เครื่องยนต์แรก คือ SAV — หากจำนวนเที่ยวบินฟื้นตัวต่อเนื่อง จะเป็นแรงส่งโดยตรงต่อรายได้และกำไร
เครื่องยนต์ที่สอง คือ Backlog — เป้าหมาย 20,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีจะเป็นฐานสำคัญของรายได้ในปีถัดไป
เครื่องยนต์ที่สาม คือ New S-Curve — Private AI, Cyber Security, Data Center และ EV Charger จะเป็นบทพิสูจน์ว่าบริษัทสามารถเปลี่ยนจากธุรกิจรับเหมาระบบไปสู่ Digital Solution ได้มากน้อยเพียงใด
ดังนั้น ครึ่งปีหลังของ SAMART จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องของการฟื้นตัวของผลประกอบการ แต่เป็นช่วงเวลาที่บริษัทกำลัง วางฐานธุรกิจสำหรับการเติบโตระยะยาว
หากงบประมาณภาครัฐเดินหน้าเต็มที่ การประมูลกลับมาคึกคัก SAV ฟื้นตามจำนวนเที่ยวบิน และธุรกิจใหม่เริ่มสร้างรายได้จริง เป้าหมาย Backlog 2 หมื่นล้านบาท อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่าน SAMART จากหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วยงานประมูล สู่บริษัท Technology & Digital Solutions ที่มี Growth Engine หลากหลายมากขึ้น
ทิ้งท้ายการแถลงผลงาน นายวัฒน์ชัย ได้เปิดตัวผู้บริหารรุ่นใหม่ทายาท “วิไลลักษณ์” เข้ามาช่วยการเติบโตด้าน AI, โซเชียลมีเดีย ฯ

