‘การบินไทย’กำไรแค่ 1,528 ล้านบ.Q2/69 เจอราคาน้ำมันพุ่งแรง 105%

HoonSmart.com>>”การบินไทย” (THAI) เผยไตรมาส 2/69 กำไรร่วง 87% เหลือเพียง 1,528 ล้านบาท รายได้รวม 48,621 ล้านบาท โต 8.5%  แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 29.7% เป็น 44,930 ล้านบาท เจอราคาน้ำมันเฉลี่ยพุ่งขึ้น 104.6%  ครึ่งปีแรกกำไร 11,621 ล้านบาท ลดลง 47% มีเครื่องบินที่ใช้ดำเนินงาน  84 ลำ ผู้โดยสารรวม 3.66 ล้านคน ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) ลดลง 4.4% เหลือ 16,778 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร จากสถานการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลาง 

บริษัท การบินไทย (THAI) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1,528 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.05 บาท ลดฮวบถึง 10,596 ล้านบาท คิดเป็น 87.40% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,124 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.43 บาท และมี EBITDA 8,182 ล้านบาท รวมครึ่งปีนี้กำไรทั้งสิ้น 11,621 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.41 บาท ทรุดลง 10,335 ล้านบาท หรือ 47.07%จากที่มีกำไรสุทธิ 21,956 ล้านบาท หรือ 0.78 บาทต่อหุ้นในช่วงเดียวกันของปีก่อน

บริษัทฯมีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 48,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3,793 ล้านบาท หรือ 8.5% จากรายได้ผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันและค่าเบี้ยประกันภัยไม่รวมค่าน้ำหนักส่วนเกิน) ที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.3% ตามที่บริษัทฯ ได้ทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันให้สอดคล้องกับแนวโน้มราคาน้ำมันอากาศยาน และภาวะการแข่งขัน

บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 44,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 29.7% จากราคาน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 104.6% ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 3,691 ล้านบาท และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) (EBIT Margin) อยู่ที่ 17.5% สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อให้ผลการดำเนินงานและสภาพคล่องของบริษัทฯ อยู่ในระดับที่เหมาะสม

บริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงิน จำนวน 3,165 ล้านบาท และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 335 ล้านบาท

ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 322,085 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 จำนวน 18,026 ล้านบาท หรือ 5.9% มีหนี้สินรวมจำนวน 240,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12,105 ล้านบาท หรือ 5.3% มีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 81,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,921 ล้านบาท หรือ 7.8%

บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 รวมทั้งสิ้นจำนวน 123,757 ล้านบาท

ด้านการปฏิบัติการ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทฯ มีเครื่องบินที่ใช้ดำเนินงานจำนวน 84 ลำ มีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบินเฉลี่ย 12.9 ชั่วโมงต่อลำต่อวัน จำนวนผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 3.66 ล้านคน มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) 16,778 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.4% จากการปรับลดเที่ยวบินจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการเดินทางของผู้โดยสาร โดยมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) 11,993 ล้านคน-กิโลเมตร ลดลง 11.3% ส่งผลให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยอยู่ที่ 71.5% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 77.0%

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี บริษัทฯ มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 99,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,198 ล้านบาท หรือ 3.3% มีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 82,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% บริษัทฯ มีกําไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 17,437 ล้านบาท และมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 6,152 ล้านบาท บริษัทฯ มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 1,424 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากกำไรจากการยกเลิกและเปลี่ยนแปลงสัญญาเช่าเครื่องบิน ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 11,645 ล้านบาท

ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทฯ ทำการรับมอบเครื่องบินลำตัวแคบแบบ Airbus A321neo จำนวน 5 ลำ และรับมอบอากาศยานลำตัวกว้างแบบ Boeing 787-8 จำนวน 3 ลำ และแบบ Boeing 787-9 จำนวน 1 ลำ เพื่อเสริมศักยภาพฝูงบินและรองรับการขยายเส้นทางการบินในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และปรับแผนดำเนินงานโดยมุ่งเน้นวินัยในการบริหารจัดการต้นทุนและการรักษาสภาพคล่อง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ทางด้านราคาหุ้น THAI ปิดที่ 5.85 บาท ลดลง 0.05 บาท ณ วันที่ 11 ส.ค.2569