HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯทั้งสามดัชนหลักปิดลบ ดาวโจนส์ร่วง 464 จุด แรงกดดันจากราคาน้ำมันพุ่ง นักลงทุนจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมประเมินผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทยอยประกาศออกมา ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดนิวไฮเป็นวันที่สาม
ตลาดหุ้นสหรัฐ วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ปิดในแดนลบ ด้วยแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และประเมินผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจำนวนมากที่ทยอยประกาศออกมา
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 53,885.10 จุด ลดลง 464.02 จุด, -0.85%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,709.96 จุด ลดลง 13.59 จุด, -0.18%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,348.35 จุด ลดลง 15.09 จุด, -0.06%
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นหลังจากสำนักข่าวของทางการอิหร่านอ้างคำกล่าวของสมาชิกรัฐสภาว่า มีการเสนอร่างแผนงานเกี่ยวกับระเบียบการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลให้มีการห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลแล่นผ่านเส้นทางเดินเรือสายสำคัญแห่งนี้ โดยสำนักข่าว Fars รายงานว่าขณะนี้ร่างแผนดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการรัฐสภาอิหร่าน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวได้ยินเสียงระเบิดเกิดขึ้นบริเวณนอกชายฝั่งของประเทศโอมานเมื่อเร็วๆ นี้
อย่างไรก็ตาม อิหร่านและโอมานมีความคืบหน้าเข้าใกล้ข้อตกลงที่จะเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลอิหร่านเปิดเผยกับ MS NOW ว่า การเดินเรือผ่านช่องทางดังกล่าวจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าผ่านทางภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวนี้สัญญา
น้ำมันดิบล่วงหน้า West Texas Intermediate ปรับตัวขึ้นราว 2.8% ในขณะที่สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า Brent ปรับตัวขึ้น 3.8%
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.21% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.67%
ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงจับตาความต้องการด้านเงินทุนและการสร้างรายได้จากเทคโนโลยี AI อย่างใกล้ชิด ประกอบกับมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไปในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางตัว ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัท AI ดาวเด่นอย่าง Sandisk และ Western Digital ลดลงอย่างหนักหลังการรายงานผลประกอบการ
หุ้น SanDisk บริษัทผู้ผลิตหน่วยความจำลดลงกว่า 6% หลังจากที่รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณที่ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับนักลงทุนได้
ส่วนหุ้น Western Digital ลดลง 13% เนื่องจากตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน แม้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 จะออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็ตาม
เจเจ คินาฮาน หัวหน้าฝ่ายขยายธุรกิจรายย่อยและผลิตภัณฑ์การลงทุนทางเลือกของ Cboe กล่าวว่า ตลาดส่วนใหญ่ดูเหมือนจะชะลอตัวลงเพื่อพักฐาน หลังจากที่มีการซื้อขายอย่างคึกคักจากรายงานผลประกอบการ แม้กำไรและยอดขายจะออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ อาจมีแรงเทขายเพื่อทำกำไรด้วย โดยชี้ให้เห็นว่าราคาหุ้นของทั้ง Sandisk และ Western Digital ต่างพุ่งทะยานขึ้นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา โดยตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา หุ้นของ Sandisk พุ่งขึ้นเกือบ 3,000% ขณะที่หุ้นของ Western Digital ปรับขึ้นกว่า 500%
หุ้น SpaceX พุ่งขึ้น 6.1% ในช่วงต้นของการซื้อขาย แต่ได้ลดลงจนการปรับขึ้นส่วนใหญ่หายไป หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (lockup period)
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงาน ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 สิงหาคมจากกระทรวงแรงงานที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาที่ 199,000 ราย แต่ต่ำกว่า 203,000 ราย ที่นักวิเคราะห์คาด
รายงานจาก Challenger, Gray & Christmas ระบุว่า ตัวเลขการเลิกจ้างงานในเดือนกรกฎาคมลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสองปี โดยนายจ้างได้ประกาศลดตำแหน่งงานจำนวน 33,429 ตำแหน่ง ซึ่งลดลงจากประมาณ 46,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ขณะที่แผนการจ้างงานพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันนับตั้งแต่ปี 2022
นักลงทุนจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตร จะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่4.2%
ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 โดยนักลงทุนต่างประเมินแนวโน้มข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและความคืบหน้าในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการรับรู้ข้อมูลผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ที่ออกมาในเชิงบวก
ดัชนีหุ้นหลักของสเปน และอิตาลี (.FTMIB) ต่างก็ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 658.19 จุด เพิ่มขึ้น 1.05 จุด, +0.16%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,867.89 จุด ลดลง 20.41 จุด, -0.19%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,699.71 จุด เพิ่มขึ้น 30.42 จุด, +0.35%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,140.13 จุด เพิ่มขึ้น 13.83 จุด, +0.05%
ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ตลาดปรับตัวขึ้น โดยนักวิเคราะห์ได้ทยอยปรับเพิ่มคาดการณ์ผลกำไรอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูกาลรายงานผลประกอบการ ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่าขณะนี้คาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทในดัชนี STOXX 600 ไตรมาสที่ 2 จะเพิ่มขึ้นเกือบ 21% ซึ่งสูงกว่าประมาณ 12.5% ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม
นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจก็ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและจูงใจให้มีการนำเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน โดยนักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นถึงข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจล่าสุดของยูโรโซนที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของกลุ่มยังคงมีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับภาวะชะลอตัวจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านก็ตาม
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนช่วยให้ตลาดหุ้นยุโรปมองข้ามความเสี่ยง
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มคลี่คลายลงอาจช่วยหนุนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงให้เพิ่มขึ้นอีก
แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านและเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคอีกสองคนเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ข้อตกลงที่เสนอขึ้นระหว่างอิหร่านและโอมานเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 5 เดือนนั้น จะทำให้อิหร่านมีอำนาจควบคุมเรือที่แล่นเข้าสู่อ่าวอาหรับผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อเสนอผ่อนปรนครั้งสำคัญที่สุดที่มอบให้อิหร่าน
หุ้น Deutsche Telekom ปรับขึ้น 6.3% หลังจากที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของเยอรมนีแห่งนี้ประกาศขยายวงเงินในโครงการซื้อหุ้นคืนสำหรับปี 2026 เพิ่มขึ้นอีก 3 พันล้านยูโร (3.5 พันล้านดอลลาร์) ส่งผลให้วงเงินรวมของโครงการเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุดถึง 5 พันล้านยูโร ทั้งนี้ ดัชนีกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมในภูมิภาค ก็ปรับขึ้น 2.9% เช่นกัน
หุ้นกลุ่มสื่อ เพิ่มขึ้น 3% โดยหุ้น WPP กลุ่มบริษัทโฆษณาพุ่งขึ้น 28.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992 หลังจากที่มีผลประกอบการด้านการเติบโตของรายได้หลัก สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระบุว่าแผนการสร้างเสถียรภาพทางธุรกิจกำลังดำเนินไปตามเป้าหมาย
หุ้น Renk บริษัทด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ปรับตัวขึ้น 5.8% หลังจากรายงานยอดคำสั่งซื้อในไตรมาสที่สองที่พุ่งสูงขึ้นจนเกินกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
หุ้น Rheinmetall ร่วงลง 3.5% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์ยอดขายสำหรับปี 2026 ส่งผลให้ดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานและป้องกันประเทศ ลดลง 0.8%
หุ้น Siemens กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี ลดลง 4.5% เนื่องจากผลประกอบการของแผนก Digital Industries ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้รายงานกำไรจากการดำเนินงานภาคอุตสาหกรรมรายไตรมาสที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการตลอดทั้งปีก็ตาม
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 2.07 ดอลลาร์ หรือ 2.75% ปิดที่ 77.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 3.04 ดอลลาร์ หรือ 3.83% ปิดที่ 82.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

