HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับ SET วันนี้ 1,590 – 1,600 จุด แนวต้าน 1,620 จุด ระหว่างรอผลการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ-รายงานกำไร บจ.Q2/69 อาจถูกแรงขาย Sell On Fact หลังแจ้งงบ ด้านต่างชาติขายหนักวานนี้ คาดสลับเม็ดเงินบางส่วนออกจากกลุ่ม Value ของไทย กลับสู่หุ้นกลุ่ม Growth ในตลาดเอเชียเหนือที่ Valuation เริ่มน่าสนใจ ชี้เป้าหุ้นวันนี้ BAFS, SCGD

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,590 – 1,600 จุด แนวต้าน 1,620 จุด โดยวาง Filter ที่ 1,600 กรณียืนไม่ได้ดัชนี SET มีโอกาสปรับฐานลงไปที่ระดับ 1,590 ระหว่างรอผลการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และรอการรายงานกำไร บจ.Q2/69 ที่ยังอาจถูกแรงขาย Sell On Fact หลังประกาศงบ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว KBANK,KTB,GULF,GPSC,ADVANC,TRUE,CPALL,BH เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensiv Play กลุ่มท่องเที่ยว BA,ERW,CENTEL,AWC ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว, กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง เช่น SCC,SCGP,TASCO ,เก็งกำไรกลุ่มขนส่ง SJWD,PSL,RCL ได้แรงหนุนจากค่าระวางเรือ, อากาศยาน ที่ปรับสูงขึ้น
ด้านนักลงทุนต่างชาติวานนี้ขายสุทธิจำนวน 6 พันล้านบาท ซึ่งคาดจะเป็นการสลับเม็ดเงินบางส่วนออกจากกลุ่ม Value ของไทย กลับไปสู่หุ้นกลุ่ม Growth ในตลาดเอเชียเหนือที่ Valuation เริ่มอยู่ในโซนน่าสนใจลงทุน
ประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามการรายงานงบ Q2/69 ของ ADVANC คาดกำไรที่ 1.3 หมื่นล้านบาท ทรงตัว QoQ, +18% YoY และ GULF คาดกำไรที่ 1.2 – 1.3 หมื่นล้านบาท +45%QoQ, -80%YoY
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐปิดวานนี้ DJIA +0.49%, S&P500 -0.17%, Nasdaq -0.83% โดย DJIA ทำจุดสูงสุดใหม่ได้แรงหนุนจากกลุ่มวัสดุ +1.54%, บริการสุขภาพ +1.34% โดยนักลงทุนคาดหวังเชิงบวกต่อผลการหารือระหว่างโอมาน & อิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง และลดแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อสูง ซึ่ง CME FedWatch ชี้มีโอกาส 54.9% & เดิม 67.2% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย.
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ ADP เผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ ก.ค. เพิ่มขึ้น 44,000 & คาด 75,000 และชะลอตัวจาก มิ.ย. 95,000 ราย และวันศุกร์นี้ติดตามตัวเลขจ้างงานอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.ค.คาด 88,000 & มิ.ย. 57,000 ราย, อัตราว่างงาน ก.ค. คาดทรงตัวที่ 4.2%
หุ้นแนะนำ BAFS (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus N.A.) BAFS ได้ sentiment บวกจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่คลี่คลายลง ส่งผลบวกต่อความต้องการในการขนส่งทางอากาศ ประกอบกับสายการบินต่างชาติที่มีความต้องการเพิ่ม slot การบินในช่วง winter schedule ทำให้ 2H69 น่าจะเห็นการฟื้นตัวของจำนวนเที่ยวบินที่เดินทางเข้าไทย
ในปี 69 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้รวม 3.85 พันล้านบาท +4% คาดการณ์ปริมาณการเติบน้ำมันอากาศยาน 5,560 ล้านลิตร +4% และปริมาณขนส่งน้ำมันทางท่อที่ 1,500 ล้านลิตร +11% งวด 1Q69 บริษัทมีกำไรสุทธิ 152 ล้านบาท +QoQ, YoY แต่แนวโน้ม 2Q-3Q อ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาลก่อนจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q69 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว
หุ้น SCGD (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 6.61บาท) การดำเนินงานในช่วง 2Q69 ที่ผ่านมา หากตัดรายการพิเศษลบที่เกิดจากควบรวมโรงงานในไทย 4 แห่งให้เหลือ 2แห่ง กำไรปกติจะอยู่ที่ 268 ลบ. +2%YoY +16%QoQ มีแรงหนุนจากยอดขายในต่างประเทศ(ไม่รวมผลกระทบจากบาทแข็ง) รวมถึงได้ปัจจัยบวกจากมาร์จิ้นที่แข็งแกร่งตาม U-Rate ที่สูง การปรับขึ้นราคาขาย และสัดส่วนสินค้า High Value Addded ที่สูงขึ้น
ส่วนการดำเนินงานในระยะถัดไป แม้จะมีแรงกดดันจากตลาดในไทยที่ยังคงซบเซา แต่จะพอ Offset ได้บ้างจาก Operation ในเวียดนาม ขณะที่การควบรวมโรงงานในไทย 4 แห่งให้เหลือ 2 แห่ง คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้เฉลี่ยปีละ 380 ล้านบาท หรือคิดเป็นต้นทุนที่ลดลงประมาณ 16-20% ซึ่งจะเห็นผลในปี70 ปัจจุบันตลาดคาดว่าในปี 69และ 70 กำไรสุทธิของ SCGD* จะอยู่ที่ 761 ล้านบาท (-18%YoY) และ 1,183 ลบ.(+55%YoY) ในเชิง Valuation ยังดูน่าสนใจ โดยอิงจาก Consensus ปี69 Forward PEที่ 13 เท่า, PBV ที่ 0.5 เท่า และ Dividend Yield ที่ 5%

