หุ้นโตเกียว-เอเชียบวก เกาหลีพุ่งทุบสถิติ เยนอ่อนค่าจับตาแทรกแซง รอผลประชุม BOJ

HoonSmart.com>>”หุ้นโตเกียว-เอเชีย” บวก เกาหลีพุ่งทุบสถิติ เงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดรอบเกือบ 40 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ จับตาแทรกแซง พร้อมรอผลประชุม BOJ

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้( 31 กรกฎาคม 2569) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยยังคงเดินหน้าปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากช่วงการซื้อขายก่อนหน้า ตามทิศทางเชิงบวกของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนที่ผ่านมา หุ้นส่วนใหญ่ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมต่างปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มเทคโนโลยี

ในตลาด Prime Market ซึ่งเป็นตลาดหลัก หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มโลหะนอกกลุ่มเหล็ก กลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซัตสึกิ คาตายามะ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในวันศุกร์ว่าทางการญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงเพื่อยับยั้งการอ่อนค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐหรือไม่ หลังจากที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างฉับพลันในชั่วข้ามคืน แต่กล่าวว่ากำลังเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างกะทันหันเกือบ 5 เยน มาอยู่ที่ระดับ 157 เยนในเวลาประมาณ 50 นาทีในระหว่างการซื้อขายในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม

ณ เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นวันพฤหัสบดี ค่าเงินเยนซื้อขายอยู่ที่ระดับ 163.73-74 เยนต่อดอลลาร์

นักการทูตระดับสูงด้านค่าเงินของญี่ปุ่น อัตสึชิ มิมูระ ก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าแทรกแซงตลาดที่อาจเกิดขึ้น แต่กล่าวว่าทางการ “ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ นอกเหนือจากการสนับสนุนทางจิตวิทยา”

หลังจากที่มีการคาดการณ์เกี่ยวกับการแทรกแซงค่าเงิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเงินเยน “ดูเหมือนจะมีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงมาก” ในการให้สัมภาษณ์กับ FOX Business

เบสเซนต์กล่าวว่า สหรัฐฯ เชื่อว่าความผันผวนมากเกินไปของเงินเยน “ไม่เป็นผลดี”

ค่าเงินเยนเพิ่งอ่อนค่าลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 40 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลว่านายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ จะดำเนินนโยบายการใช้จ่ายงบประมาณอย่างหนักหน่วง แม้ว่าสถานะทางการคลังของญี่ปุ่นจะย่ำแย่ลงก็ตาม

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นางทาคาอิจิกล่าวว่า ญี่ปุ่นจะปรับลดอัตราภาษีการบริโภคสำหรับอาหารและเครื่องดื่มลงเหลือร้อยละ 1 จากปัจจุบันที่ร้อยละ 8 เป็นเวลาสองปี โดยจะเริ่มมีผลในเดือนเมษายนปีหน้า ซึ่งถือเป็นการปรับลดภาษีครั้งแรกนับตั้งแต่มีการนำระบบภาษีการบริโภคมาใช้ในปี 1989

ณ เวลา 10.06 น. ตามเวลาประเทศไทย

ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 64,572.25 จุด เพิ่มขึ้น 2,704.82 จุด, +4.37%

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในระหว่างวัน หนุนหุ้นเอเชียโดยรวม เนื่องจากนักลงทุนกลับมาลงทุนในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกครั้งหลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์นี้

ดัชนี Kospi ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญสำหรับการลงทุนในกลุ่ม AI พุ่งขึ้นถึง 17% ระหว่างวันซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุด โดยฟื้นตัวจากการถูกเทขายต่อเนื่องมา 3 วัน ส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิปยักษ์ใหญ่อย่าง SK Hynix Inc. และ Samsung Electronics Co. ต่างทะยานขึ้นอย่างน้อย 20% ทางด้านดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นก็ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 5% ซึ่งช่วยหนุนให้ดัชนี MSCI Asia Pacific ในภาพรวมของภูมิภาคพุ่งขึ้นเกือบ 4%

หุ้นกลุ่มชิปของญี่ปุ่นต่างปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดย Advantest พุ่งขึ้นเกือบ 18% ขณะที่ Tokyo Electron ปรับตัวขึ้นเกือบ 9%, Disco เพิ่มขึ้นกว่า 13%, Lasertec ขยับขึ้นมากกว่า 12% และ Renesas Electronics ปรับตัวขึ้นกว่า 10% ส่วน SoftBank Group ซึ่งถือเป็นหุ้นตัวแทนหลักในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากเป็นเจ้าของบริษัท Arm ก็พุ่งขึ้นกว่า 9% เช่นกัน

การปรับตัวขึ้นในเอเชียมีขึ้นหลังจากดัชนีหุ้นกลุ่มชิปในวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี

ในเอเชีย สายตาของตลาดต่างจับจ้องไปที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) หลังจากที่ค่าเงินเยนพุ่งแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์มากที่สุดในรอบกว่าสองปีเมื่อวันพฤหัสบดี อันเป็นผลมาจากการที่ทางการเข้าแทรกแซงตลาดอีกระลอก โดย BOJ จะประกาศผลการตัดสินใจด้านนโยบายในวันศุกร์นี้ ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม

ความสนใจของนักลงทุนจะหันไปที่ว่าผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น คาซูโอ อูเอดะ ว่าจะส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปเร็วกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนคาดการณ์ไว้ในขณะนี้หรือไม่

ทั้งนี้ ค่าเงินเยนได้อ่อนค่าลง 0.7% มาอยู่ที่ระดับ 160.57 เยนต่อดอลลาร์ หลังจากที่พุ่งแข็งค่าขึ้นกว่า 3% สู่ระดับ 157.98 เยนต่อดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดี

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ จีนรายงานกิจกรรมในภาคการผลิตหดตัวลงในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากแรงหนุนจากการเร่งส่งออกที่เคยช่วยขับเคลื่อนการฟื้นตัวในช่วงไตรมาสที่สองเริ่มแผ่วลง ส่งผลให้รัฐบาลจีนเผชิญแรงกดดันให้ต้องเร่งกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตอย่างเป็นทางการปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.2 จาก 50.3 ในเดือนมิถุนายน โดยต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งเป็นเกณฑ์แบ่งแยกระหว่างภาวะขยายตัวและภาวะหดตัว ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าดัชนี PMI จะอยู่ที่ระดับ 50

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,827.874 จุด เพิ่มขึ้น 23.181 จุด, +0.61%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,840.26 จุด ลดลง 18.62 จุด, -0.07%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,392.56 จุด เพิ่มขึ้น 799.00 จุด, +14.28%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 42,790.72 จุด เพิ่มขึ้น 2,857.42 จุด, +7.16%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายนลดลง 1.19 ดอลลาร์หรือ 1.42% ซื้อขายที่ 82.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 1.03 ดอลลาร์หรือ 1.16% ซื้อขายที่ 88.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–