กบข.เปิดเวที GPF Sustainability Forum 2026 ประกาศเจตนารมณ์ Net Zero

HoonSmart.com>> กบข.จัดงาน GPF Sustainability Forum 2026 พร้อมประกาศเจตนารมณ์มุ่งสู่ Net Zero ระดมผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุนสถาบัน และองค์กรชั้นนำจากทั่วโลก ร่วมขับเคลื่อนการลงทุนรับมือ Climate Change และ Silver Economy

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จัดงาน GPF Sustainability Forum 2026: The Future Resilience Forum – Climate Resilience & the Silver Economy in Transition เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุนสถาบัน องค์กรระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และภาควิชาการ ในการร่วมกำหนดทิศทางการลงทุนเพื่อรับมือกับความท้าทายสำคัญของโลก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Silver Economy) พร้อมผลักดันการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนระยะยาวควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการลงทุนที่รับผิดชอบ โดยเป็นผู้ลงนามหลักการลงทุนที่รับผิดชอบขององค์การสหประชาชาติ (UN PRI) รายแรกของประเทศไทย และได้ยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 20 ปี ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การบูรณาการปัจจัย ESG เข้าสู่กระบวนการลงทุน การทำหน้าที่เจ้าของสินทรัพย์เชิงรุก (Active Ownership) จนถึงการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างผลตอบแทนทางการเงินระยะยาวควบคู่กับคุณค่าต่อสังคม

โดย กบข. ได้ประกาศเจตนารมณ์มุ่งสู่ Net Zero อย่างเป็นทางการ พร้อมกำหนดแนวทางดำเนินงานทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานขององค์กร การปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการใช้บทบาทนักลงทุนสถาบันในการผลักดันบริษัทที่ลงทุนให้ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ Net Zero ของประเทศไทย

“เวที GPF Sustainability Forum 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการเปลี่ยนความท้าทายเชิงโครงสร้างของประเทศให้เป็นโอกาสการลงทุนระยะยาว และ กบข. พร้อมทำหน้าที่ในฐานะนักลงทุนสถาบันระยะยาวในการขับเคลื่อนการลงทุนที่รับผิดชอบ สนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทย และสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่สมาชิกและประเทศอย่างยั่งยืน” นายศรพล กล่าว

ภายในงาน ผู้แทนจากธนาคารโลก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) UN PRI กลุ่มพันธมิตรทางการเงินกลาสโกว์เพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (GFANZ) KPMG มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) และองค์กรชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยมีความเห็นสอดคล้องกันว่า Climate Change และ Silver Economy เป็นเมกะเทรนด์ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนในระยะยาว พร้อมเสนอให้เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสูงวัย เช่น สุขภาพ เทคโนโลยีเพื่อผู้สูงอายุ ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย และนวัตกรรมทางการเงินเพื่อรองรับการมีอายุยืน (Longevity Finance)

นอกจากนี้ในงานสัมมนา ยังมีการจัด Executive Roundtable กับผู้แทนจากภาครัฐ นักลงทุนสถาบัน และองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งได้ร่วมกำหนดข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อผลักดันการลงทุนใน Silver Economy โดยเห็นว่า การพัฒนาสังคมสูงวัยจำเป็นต้องเปลี่ยน “ความต้องการของสังคม” ให้เป็น โครงการที่ลงทุนได้จริง (Bankable Projects) ที่มีมาตรฐาน ข้อมูล และรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน พร้อมเสนอให้จัดทำ Silver Taxonomy เพื่อเป็นมาตรฐานกลางในการจำแนกโครงการด้านผู้สูงอายุ และส่งเสริมกลไก Blended Finance เพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

นอกจากนี้ ยังมีความเห็นว่ากองทุนบำนาญสามารถมีบทบาทมากกว่าการเป็นผู้ลงทุน โดยร่วมพัฒนาโครงการให้พร้อมลงทุน สนับสนุนการสร้างมาตรฐาน และเชื่อมโยงผู้พัฒนาโครงการกับแหล่งเงินทุน เพื่อเร่งการเติบโตของ Silver Economy ในระยะยาว