HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้่ร่วงหนัก “ตลาดหุ้นเอเชีย” แรงขายหุ้นเทค ตามตลาดสหรัฐฯ นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจเม็ดเงินทุ่มลงทุนเพื่อพัฒนา AI สร้างความคุ้มค่าหรือไม่ ด้านราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ (24 กรกฎาคม 2569) ปรับตัวลดลงอย่างหนัก พลิกกลับจากที่เคยปรับตัวขึ้นในวันก่อนหน้า ตามทิศทางเชิงลบของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนที่ผ่านมา ดัชนี Nikkei 225 ร่วงลง 2.2% จนต่ำกว่าระดับ 65,000 จุดอย่างมาก ท่ามกลางภาวะซบเซาในหุ้นเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งนำโดยหุ้นขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อดัชนีและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ในตลาด Prime Market ซึ่งเป็นตลาดหลัก หุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สดุได้แก่ กลุ่มขนส่งทางอากาศ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า
หุ้น SoftBank Group ร่วงลง 7.5% ส่วน Advantest ลดลงกว่า 6%, Tokyo Electron ลดลง 4.5% และ Renesas ร่วงลง 4%
ข้อมูลที่เผยแพร่เช้านี้แสดงให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นอยู่ที่ระดับ 1.6% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นเริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ และเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.6% จากการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นเป็นตัวเลขที่ไม่รวมราคาอาหารสด
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline inflation) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.7% จาก 1.5% ในเดือนพฤษภาคม ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อแบบ “Core-core” (ซึ่งไม่รวมทั้งราคาอาหารสดและราคาพลังงาน) ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.7% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022 ฃ
ค่าเงินเยนยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องจากการซื้อขายในรอบก่อนหน้า โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 163.93 เยนต่อดอลลาร์ หลังการรายงานเงินเฟ้อ
ณ เวลา 8.48 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 64,738.2 จุด ลดลง 1,684.4 จุด, -2.54%
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปรับตัวลงทั้งภูมิภาคตามตลาดหุ้นวอลล์สตรีท เนื่องจากนักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจว่าเงินหลายพันล้านดอลลาร์ที่ทุ่มลงไปในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้หรือไม่ ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ทำให้บรรดานักลงทุนยังคงมีความกังวล
ดัชนี MSCI Asia Pacific ร่วงลง 1% โดยดัชนีในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ลดลงมากกว่า 2% หุ้นกลุ่มชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics Co.และ Kioxia Holdings Corp. ต่างก็ลดลงมากกว่า 3%
ราคาหุ้นของ SK Hynix ปรับตัวลดลง 3.5% ท่ามกลางภาวะขาลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในเอเชีย และหลังจากมีรายงานจากสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่าบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้ได้ใช้โควตาเพดาน 2.5% สำหรับการแปลงหุ้นในตลาดท้องถิ่นเป็น American Depositary Receipts (ADR) ในสหรัฐฯ จนเต็มจำนวนแล้ว
ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า Korea Securities Depository เปิดเผยว่าโควตาเพดาน 2.5% ดังกล่าวสำหรับการแปลงหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดโซลเป็น ADR นั้น ถูกใช้จนเต็มจำนวนไปแล้วระหว่างการเสนอขายหุ้นในสหรัฐฯ มูลค่า 2.65 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา
อีกปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุนคือราคาน้ำมันดิบเบรนต์ที่ซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 100.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักลงทุนเริ่มปรับมุมมองโดยคำนึงถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
อีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนจับตาคือ สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากคู่ค้าหลักส่วนใหญ่ในอัตรา 10% ถึง 12.5% ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในการสร้างกำแพงภาษีของทรัมป์ขึ้นมาใหม่หลังจากที่ศาลฎีกาได้ยกเลิกไป
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,851.661 จุด ลดลง 25.117 จุด, -0.65%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,000.71 จุด ลดลง 210.1 จุด, -0.83%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,907.11 จุด ลดลง 189.78 จุด, -2.67%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 44,370.05 จุด ลดลง 480.76 จุด, -1.07%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายนลดลง 0.77 ดอลลาร์หรือ 0.84% ซื้อขายที่ 91.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 0.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือ 0.83% ซื้อขายที่ 99.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

