เอเชียบวก หุ้นกลุ่มชิปปรับขึ้น คาดได้ประโยชน์จากการลงทุน AI

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันนี้ ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้นกลุ่มชิป  จากความคาดหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากเงินหลายพันล้านดอลลาร์ที่ไหลเข้าสู่การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) 

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้( 23 กรกฎาคม 2569) ปรับตัวขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์บางตัวในสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา

ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนีNikkei 225 ปรับตัวขึ้น 437.59 จุด หรือ 0.66% จากวันพุธ มาอยู่ที่ระดับ 66,553.19 จุด ส่วนดัชนี Topix ปรับตัวขึ้น 15.42 จุด หรือ 0.38% มาอยู่ที่ระดับ 4,048.55 จุด

ในตลาด Prime Market ซึ่งเป็นตลาดหลัก หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดได้แก่ หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์โลหะ
ณ เวลา 09.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 163.09-11 เยน เทียบกับระดับ 163.09-19 เยนในตลาดนิวยอร์ก และ 162.93-95 เยนในตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันพุธ

เงินเยนญี่ปุ่นยังคงเป็นที่จับตา หลังจากที่ปรับตัวขึ้นจากช่วงก่อนหน้า เนื่องจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นเปิดกว้างที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่เร็วขึ้น
ณ เวลา 9.53 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 66,424.44 จุด เพิ่มขึ้น 308.84จุด, +0.47%

ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิส่วนใหญ่ปรับขึ้น โดยผู้ผลิตชิปในภูมิภาคได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากเงินหลายพันล้านดอลลาร์ที่ไหลเข้าสู่การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังจากบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เปิดเผยแผนการลงทุนด้านทุนครั้งใหญ่
รายงานผลประกอบการของ Alphabet และ Tesla สะท้อนให้เห็นว่าการทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI นั้นยังคงต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลง โดยยักษ์ใหญ่ด้านเสิร์ชเอ็นจินรายนี้ได้ปรับเพิ่มแผนการลงทุน สำหรับปีนี้ และคาดว่าจะมียอดการใช้จ่ายรวมอยู่ระหว่าง 1.95 แสนล้านถึง 2.05 แสนล้านดอลลาร์

ตลาดคาดว่าเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากนี้จะส่งผลดีต่อผู้ผลิตชิปในเอเชีย และเป็นปัจจัยหนุนให้ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ ปรับขึ้นกว่า 3% โดยมีหุ้น SK Hynix และ Samsung Electronics เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ และยังทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อระลอกใหม่ นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้เดิม

เฟดมีกำหนดประชุมในสัปดาห์หน้า ตลาดเงินคาดการณ์ว่ามีโอกาสประมาณ 30% ที่จะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และมีโอกาส 70% ที่ผู้กำหนดนโยบายจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม ส่วนธนาคารกลางยุโรปจะประกาศการตัดสินใจด้านนโยบายในวันนี้( 23 กรกฎาคม 2569)

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,867.993 จุด เพิ่มขึ้น 0.96 จุด, +0.02%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,186.27 จุด เพิ่มขึ้น 293.61 จุด, +1.18%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,945.59 จุด เพิ่มขึ้น 147.89 จุด, +2.18%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 44,607.16 จุด ลดลง 218.62 จุด, -0.49%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 1.43 ดอลลาร์หรือ 1.65% ซื้อขายที่ 88.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 1.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือ 2.09% ซื้อขายที่ 96.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล