SCGDพลิกขาดทุน 281 ล้านบ.Q2/69มีรายการพิเศษ เร่งทรานฟอร์มธุรกิจ

HoonSmart.com>>”เอสซีจี เดคคอร์” (SCGD) พลิกขาดทุนไตรมาส 2/69 จำนวน 281 ล้านบาทและรวมขาดทุน 35 ล้านบาทครึ่งปีหากไม่รวมรายการพิเศษมีกำไร  การดำเนินปกติแข็งแกร่งและเติบโตได้ดีขึ้นจากต่างประเทศโโยเฉพาะเวียดนาม   เร่งทรานฟอร์มธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งผ่านการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและวินัยการเงินที่รัดกุม เดินหน้าสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.155 บาท/หุ้น ขึ้น XD 4 ส.ค.นี้ ดูแลผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ (SCGD) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 พลิกขาดทุนสุทธิ 281.30 ล้านบาท ลดลง 227% จากที่มีกำไรสุทธิ 222.56 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และรวม 6 เดือนปีนี้ขาดทุนสุทธิ 35 ล้านบาท

สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ (Non-recurring expenses) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการด้อยค่าสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจ จากโครงการรวมศูนย์การผลิตในประเทศไทย (Plant Consolidation) ท่ามกลางกำไรจากการดำเนินงานปกติจะยังคงเติบโตได้ดีจากตลาดต่างประเทศ

ไตรมาส 2 บริษัทมี Adjusted EBITDA 805 ล้านบาท และกำไรในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท  268 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกมี Adjusted EBITDA 1,566 ล้านบาท และกำไรในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท  500 ล้านบาท ทั้งนี้ รายการค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ  ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time expenses) และเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด (Non-cash items)

ส่วนผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นเป็นผลจากรายได้ที่ต่างประเทศที่เติบโตโดยเฉพาะในเวียดนาม การบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน และการบริหารการเงินอย่างรัดกุม ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรได้ ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเดินหน้าต่อยอดการเติบโต ผ่านการขยายโอกาสทางธุรกิจ การเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายในภูมิภาค และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว

ทางด้านคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งปีแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.155 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 256 ล้านบาท (ประมาณ 60% จากกำไรสุทธิที่ไม่รวมการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ) โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลร วันที่ 19 ส.ค. 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 5 ส.ค. 2569 และกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิ
ปันผล (XD) วันที่ 4 ส.ค. 2569

นอกจากนี้ บริษัท Prime Trading, Import and Export One Member Limited Liability Company (PRIME) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SCGD ถือหุ้นทั้งหมด ได้ปิดบริษัท V Ceramic Mekong Delta Limited Liability Company (V-Ceramic) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PRIME ที่ประกอบธุรกิจร้านค้าปลีกในรูปแบบแมนูเฟคเจอรริ่งเอ๊าท์เล็ท ในประเทศเวียดนำม ซึ่ง PRIME ถือหุ้น 60% เนื่องจากสภาวการณ์และความพร้อมในกำรดำเนินธุรกิจของพันธมิตรในปัจจุบันยังไม่เอื้ออำนวย บริษัทและพันธมิตรจึงเห็นชอบร่วมกันให้เลิกบริษัทโดยแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568 V-Ceramic มีสินทรัพย์ 5.4 ล้านบาท และไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ PRIME แต่อย่ำงใด