SCB ทำกำไร 11,117 ล้านบ.Q2 ลดลง 13% ‘ค่าฟีธุรกิจเวลธ์-พอร์ต’โต

HoonSmart.com>>”เอสซีบีเอกซ์” (SCB) โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 จำนวน 11,117 ล้านบาท ลดลง 13%จากช่วงเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน สะท้อนความยืดหยุ่นของพอร์ตธุรกิจ ที่สร้างรายได้หลากหลายและบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 14% เป็น 11,365 ล้านบาท ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งโตต่อเนื่อง NPLs ลดลงเหลือ 3.17% กดภาระตั้งสำรองหนี้ ส่วนกำไรรวม 6 เดือนปีนี้ อยู่ที่ 21,312  ล้านบาท ลดลง 15.72%

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ (SCB) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จำนวน 11,116.70 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 3.30 บาท ลดลงจำนวน 1,669.37ล้านบาท หรือ 13.06%จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,786.07 ล้านบาท หรือ 3.80 บาทต่อหุ้น (YoY) แต่เพิ่มขึ้น 9%จากไตรมาสก่อนหน้า(QoQ) รวม 6 เดือนแรกปีนี้กำไรสุทธิ 21,312.12 ล้านบาท หรือ 6.33 บาทต่อหุ้น ลดลง 15.72%จากช่วงเดียวกันปีก่อนกำไรสุทธิ 25,288.16 ล้านบาท หรือกำไรหุ้นละ 7.51 บาท

กำไรที่เพิ่มขึ้น 9%จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้น และรายได้จากการลงทุนและการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจ ซึ่งผสานจุดแข็งของธุรกิจธนาคาร (Gen 1) ธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อเพื่อรายย่อย (Gen 2) และธุรกิจแพลตฟอร์มและเทคโนโลยี (Gen 3) เพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลายและบริหารความเสี่ยงได้อย่างสมดุล ท่ามกลางสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยขาลง

โครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย ช่วยเสริมความยืดหยุ่น 

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 27,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 10.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ภายหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปี 2568-2569 ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อยังทรงตัวจากสิ้นปีที่ผ่านมา สะท้อนการปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างรอบคอบทั่วทั้งกลุ่ม ในอีกด้านหนึ่ง โครงสร้างรายได้ที่หลากหลายช่วยลดทอนผลกระทบจากภาวะดอกเบี้ยขาลง โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ อยู่ที่ 11,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  14.8% จากปีก่อน จากการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ผ่านการผสานความร่วมมือของบริษัทในกลุ่ม (Group Wealth Synergy) อาทิ บัตรเครดิต SCB WEALTH by CardX ที่เชื่อมโยงบริการด้านความมั่งคั่งเข้ากับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และการขยายทางเลือกการลงทุนทั่วโลกผ่าน InnovestX

ขณะที่รายได้จากการลงทุนและการค้าอยู่ที่ 2,552 ล้านบาท ลดลง  21.2% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  349.1% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรจากพอร์ตการลงทุนของธนาคารที่ปรับตัวดีขึ้น

วินัยด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งกลุ่ม

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีจำนวน 17,042 ล้านบาท ลดลง 2.2% จากปีก่อน ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 41.3% สะท้อนวินัยในการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการที่ครอบคลุมหลายด้าน ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม การปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติมาใช้ตลอดกระบวนการทำงานของบริษัทในกลุ่ม ท่ามกลางแรงกดดันด้านรายได้จากสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยขาลง
ดูแลลูกค้าอย่างตรงจุด พร้อมรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง

บริษัทในกลุ่มยังคงให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องและตรงจุด ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” และการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกค้าที่มีศักยภาพในการฟื้นตัว ควบคู่กับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 3.17% ปรับตัวดีขึ้นจาก  3.23% ในไตรมาสก่อนหน้า การตั้งสำรองลดลง 5.3% จากปีก่อน ขณะที่ Coverage Ratio ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 158.6% และเงินกองทุนตามกฎหมายอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่  18.6%

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไตรมาส2/2569 เศรษฐกิจยังคงเผชิญแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมมหภาคที่ไม่แน่นอน การฟื้นตัวยังกระจุกตัว และภาระหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางภาวะดังกล่าว เอสซีบีเอกซ์ยึดมั่นในแนวทางการเติบโตอย่างมีคุณภาพทั่วทั้งกลุ่ม โดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตแข็งแกร่งสะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าและความสำเร็จของการยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ และเชื่อว่าการดูแลลูกค้าและผู้ประกอบการให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทาย คือการร่วมสนับสนุนให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน

สำหรับธนาคาร แบงก์เอกซ์  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวเชิงยุทธศาสตร์ของกลุ่มในการต่อยอดขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ที่สั่งสมมาสู่ธุรกิจใหม่ บริษัทฯ อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในทุกมิติ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับเสถียรภาพของระบบและประสบการณ์ลูกค้า แบงก์เอกซ์จะผสาน AI เข้ากับการดำเนินงานตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน กระบวนการหลัก ผลิตภัณฑ์ และการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อส่งมอบบริการเฉพาะบุคคลและสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง อันจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจ

ราคาหุ้น SCB  ปิดที่ 157 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ -0.95%สำหรับการซื้อขายครึ่งวันที่ 21 ก.ค.2569

อ่านข่าวอื่นๆ

BBLกำไรเพียง 9,498 ล้านบ.Q2/69 รายได้ดอกเบี้ยหดตัว ตั้งสำรองแค่ 17,435 ล้านบ.

———————————————————————————————————————————————————–