BLS ชี้ ทุนนอกทะลักอาเซียนหนุน BBL โตระยะยาว ปักหมุด SYNEX หุ้น Laggard กลุ่มไอที

HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง ชี้ทุนนอกย้ายฐานจากจีนจุดพลุการลงทุนรอบใหม่ในอาเซียน หนุน BBL โตระยะยาวจากเครือข่ายต่างประเทศที่ครอบคลุม ขณะที่กลุ่มไอทีแนะเก็บ SYNEX หุ้น Laggard กำไรยังโตแกร่งจากการปรับพอร์ตสินค้า 

บล.บัวหลวง จากการจัด Virtual Conference ของ ธนาคารกรุงเทพ ( BBL) ประเมินว่า BBL อยู่ในสถานะที่ดีที่จะได้รับผลบวกจากรอบการลงทุนรอบใหม่ในอาเซียน เนื่องจากมี Regional Network มากถึง 14 เขตเศรษฐกิจ และมีสินเชื่อจากต่างประเทศมากที่สุดในกลุ่มธนาคาร

ทิศทาง FDI ไหลเข้ามาในอาเซียนนับตั้งแต่ปี 2018 ทั้งโดยตรงและทางอ้อม โดยเติบโตถึง 7% ต่อปีในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา และเรามองว่าทิศทาง FDI จะยังคงเข้ามาอาเซียนอย่างต่อเนื่อง หนุนจากการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน

แม้ว่าในช่วงแรกของการประกอบการจะนำเงินลงทุนมาก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรเอง ซึ่งใช้เวลาราว 2-3 ปี หลังจากนั้นเมื่อโรงงานเริ่มเดินเครื่องผลิตและต้องการสินเชื่อหมุนเวียน รวมถึงบริการทางการเงินสำหรับการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) จากธนาคารภายในประเทศ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเติบโตสินเชื่อของ BBL ในระยะกลางถึงยาว

เมื่อมองไปที่ประเทศอินโดนีเซีย แม้ในช่วงต้นปีจะมีความผันผวนในด้านของค่าเงินและตลาดทุน แต่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว สะท้อนจากแนวโน้ม GDP ปีนี้จะเติบโตได้ 5% ซึ่งสูงกว่าไทยถึงเกือบ 3 เท่า ขณะที่ทิศทางเงินลงทุน FDI ก็น่าจะยังเป็นการเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลบวกต่อแนวโน้มสินเชื่อของ Permata Bank

จากการศึกษาช่วงปี 2018-2025 เราพบว่าสินเชื่อของ Permata เติบโตเฉลี่ย 6% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ FDI Inflow ถึงกว่า 2 เท่า ประเมินว่าทิศทางของเศรษฐกิจและ FDI ที่จะไหลเข้ามาในอินโดนีเซียจะยังดีต่อเนื่อง และจะหนุนให้สินเชื่อของ Permata เติบโตได้ต่อเนื่องในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังเห็นว่ากลุ่ม IT ในส่วนของ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX กำไรยังโตจาก Product Mix แต่ราคายังไม่ได้ขึ้นมาก คาดกำไรหลัก 2Q26 อยู่ที่ 189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY และ 7% QoQ ใกล้เคียงประมาณการเดิม แม้รายได้คาดเติบโตเพียง 4% YoY จากการที่ Apple ยังได้รับผลกระทบจากปัญหา iPhone รุ่น N-1 ขาดแคลน แต่ธุรกิจ Consumer, Commercial, Enterprise และ Gaming ยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะการบริหาร Product Mix ที่ดีขึ้น ส่งผลให้ GM (Gross Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 3.95% จาก 3.83% ในปีก่อน และ 3.87% ใน 1Q26

แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรยังเติบโตต่อทั้ง YoY และ QoQ แม้ Apple ยังมีข้อจำกัดด้าน Supply แต่แรงกดดันจะลดลงหลังเข้าสู่ช่วงเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ และมี ASP (Average Selling Price) สูงกว่า ขณะที่ธุรกิจ Commercial และ Enterprise ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยสัดส่วนรายได้เพิ่มจาก 12% ในปี 2025 เป็น 19% ใน 1Q26 ทำให้เราคาดว่า GM จะรักษาระดับ 3.8-3.9% ได้ต่อเนื่องใน 2H26

ส่วนธุรกิจ Solar Solutions เริ่มมีขนาดรายได้ที่มีนัยสำคัญมากขึ้น และเตรียมเปิดเผยพัฒนาการธุรกิจนี้มากขึ้นตั้งแต่ 2Q26 เป็นต้นไป

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 12.60 บาท โดยมอง SYNEX เป็น Laggard Play ของกลุ่ม IT เนื่องจากราคาหุ้นฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดเพียง 12% เทียบกับ COM7 (+38%), ADVICE (+32%) และ SIS (+24%)

ขณะที่ Valuation ซื้อขายที่ PER 11.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 16.2 เท่า ราว -1SD และคาดได้อานิสงส์จาก High Season ของธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงการปรับขึ้นราคาสินค้า Smart Device โดยเฉพาะ Apple ซึ่งกลุ่ม Distributor จะได้รับประโยชน์ก่อน