YLG มองค่าเงินบาทครึ่งปีหลังยังผันผวน แนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง เหตุทิศทางดอกเบี้ยเฟดยังมีความไม่แน่นอน พร้อมเปิดให้บริการซื้อขายทองคำด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (Gold Spot) แบบเรียลไทม์ รับประโยชน์สองต่อจากค่าเงินและราคาทองคำโลก เพิ่มทางเลือกนักลงทุนทำกำไรจากส่วนต่างราคาทองคำโลกได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านการแปลงค่าเงินซ้ำซ้อน

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาทองคำมีความผันผวนค่อนข้างมาก โดยราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) เปิดต้นปีที่ระดับ 4,318.27 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ปัจจุบัน (ณ วันที่ 10 ก.ค.) เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 4,098.15 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ หรือปรับตัวลดลง 5.12% ในทางกลับกัน ราคาทองคำในประเทศไทยซึ่งอยู่ในรูปเงินบาท เปิดตลาดต้นปีที่ 64,450 บาทต่อบาททองคำ และปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 64,750.00 บาทต่อบาททองคำ หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.54%
สาเหตุที่ราคาทองคำในประเทศไทยเคลื่อนไหวสวนทางราคาทองคำโลก เนื่องจากค่าเงินบาทในช่วงครึ่งปีแรกอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงเป็นปัจจัยพยุงราคาทองคำในรูปเงินบาทเอาไว้ได้ แม้ราคาทองคำโลกจะปรับตัวลดลงก็ตามและในช่วงครึ่งปีหลัง แม้โดยปกติฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ในช่วงปลายปีมักเป็นปัจจัยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่ปีนี้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง เนื่องจากทิศทางดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ยังไม่แน่นอนซึ่งหนุนให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า ประกอบกับราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวสูงเพิ่มความต้องการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อนำเข้าพลังงาน ถือเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยฤดูกาลในปีนี้ กดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อไปอีก
สถานการณ์นี้เปิดโอกาสให้นักลงทุนที่ถือทองคำในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้รับประโยชน์ 2 ต่อ ต่อแรกจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากสินทรัพย์ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อคิดเป็นเงินบาทตามทิศทางบาทที่อ่อนค่าลง และต่อที่สองจากโอกาสที่ราคาทองคำโลกจะปรับตัวขึ้น หากความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยเฟดและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) เข้าสู่ทองคำมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนที่ถือทองคำในรูปเงินบาทเพียงอย่างเดียวจะได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนเป็นหลัก แต่ไม่ได้รับอานิสงส์จากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนในลักษณะเดียวกัน
“แม้โดยปกติฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ในช่วงปลายปีมักเป็นปัจจัยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่ในปีนี้สถานการณ์อาจแตกต่างออกไป เนื่องจากทิศทางดอกเบี้ยเฟดที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปหรืออาจกลับมาปรับขึ้นอีกครั้ง เป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากกว่าและกดดันให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงแข็งค่า ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูง หนุนความต้องการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงกดดันสำคัญที่มีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยฤดูกาล ทำให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ขณะที่ราคาทองคำในรูปดอลลาร์สหรัฐฯ (Gold Spot) ที่ปรับตัวลดลงมาอยู่แถวระดับ 4,000-3,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ จึงเป็นจังหวะสำคัญที่นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเพื่อรับประโยชน์จากทั้งส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนและโอกาสฟื้นตัวของราคาทองคำโลกในระยะถัดไป” นางพวรรณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำกำไรจากการลงทุนทองคำในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อย่างเต็มที่ ล่าสุด YLG จึงเปิดให้บริการซื้อขายทองคำด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (Gold Spot) แบบเรียลไทม์ โดยทองคำ 99.99% สามารถลงทุนได้ทั้งหน่วยทรอยออนซ์ และกิโล ขั้นต่ำที่ 1 ทรอยออนซ์ และ 1 กิโลกรัมตามลำดับ ขณะที่ทองคำ 96.5% สามารถลงทุนขั้นต่ำที่ 10 บาททอง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผ่าน LINE : @ylgbullion หรือโทร. 02 798 9888

