ทัวร์ลง !! จี้ก.ล.ต.-ตลาด ตรวจสอบหญิงปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์”

HoonSmart.com >> ทัวร์ลง ก.ล.ต. จี้ตรวจสอบหญิงปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์”   แจ้งถือครองหุ้น TRUE 7% รวมทั้งหุ้นใหญ่แบงก์กรุงเทพ , กสิกร ฯ  ในปริมาณมาก ตั้งแต่ปี 2565    สงสัย ก.ล.ต. หลังรับแจ้งการถือครองแบบ 246-2 แล้ว  มีการตรวจสอบหรือไม่ อย่างไร หรือเป็นเพียงผู้ส่งสารถึงนักลงทุนแค่นั้น ด้าน MAJOR จับโป๊ะถือหุ้นทิพย์ 9.99%

แหล่งข่าวโบรกเกอร์ เปิดเผยว่า วงการตลาดทุน ได้มีการสอบถามสืบหาหญิงที่ชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์” ซึ่งเข้ามาถือหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) สัดส่วน  7%   เนื่องจากไม่ปรากฎแหล่งประวัติที่มา – ที่ไป หรือไม่เคยพบชื่อเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้นไทย ทั้งที่ถือหุ้น TRUE มูลค่ากว่า 1.6 หมื่นล้านบาท

ไม่เพียงแค่หุ้น TRUE ที่นางแจ้งถือ 7% ก่อนหน้าตั้งแต่ปี 2564 เรื่อยมาถึงปีนี้ นางเคยแจ้งการถือหุ้นอีกหลายตัว เช่น ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) 5.1% , ธนาคารกรุงเทพ (BBL) 5% , แอร์เอเชีย (AAV) 5.33% , เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป  (MAJOR ) 9.99% และ GJS 48%

ขณะที่สำนักงานก.ล.ต. โดยนายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ( ก.ล.ต.) กล่าวว่า มาตรา 246  กำหนดให้ผู้ถือครองหลักทรัพย์ที่แตะหรือข้าม 5% ต้องรายงานการได้มา-จำหน่ายหลักทรัพย์  เพื่อเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบ ตามแบบ 246-2 และผู้รายงานต้องลงทะเบียน ซึ่งระบบจะตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฏรของกรมการปกครอง

สำหรับกรณี “สุภาพร” ที่รายงานการถือหุ้น TRUE เบื้องต้น ก.ล.ต. พบว่า “สุภาพร”  ผู้รายงานได้ลงทะเบียนและระบบได้มีการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองตามกระบวนการผ่านระบบดังกล่าวแล้ว

” ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการตรวจสอบในเชิงลึก  ในส่วนของการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของผู้รายงานในกรณีดังกล่าว ” ก.ล.ต.ย้ำ

แหล่งข่าวกล่าวว่า การถือหุ้นสัดส่วนมากกว่า 5% โดยเฉพาะในหุ้นขนาดใหญ่ ทั้งตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานก.ล.ต. ได้มีการตรวจสอบการทำรายการซื้อขายหรือไม่ เนื่องจากการซื้อหุ้นขนาดใหญ่ ปริมาณมาก ๆ ไม่สามารถทำรายการซื้อขายปกติในกระดานได้ แต่ต้องเป็นการซื้อขายรายใหญ่ (บิ๊กล็อต) ซึ่งกรณีของหุ้น TRUE ที่ “สุภาพร” แจ้งรายการได้มาเมื่อ 15 มิ.ย. 2569 ราคาหุ้นไม่ได้เคลื่อนไหวหวือหวา ผิดปกติ อีกทั้งที่แจ้งทำรายการผ่าน UBS จากการสอบถามก็ไม่พบมีการซื้อขายผ่านแต่อย่างใด

” การบิดเบือนข้อมูล หรือรายงานข้อมูลเท็จ มีผลกับราคาหุ้น  สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุน กรณีหุ้น TRUE ทั้งตลาดหลักทรัพย์ และ ก.ล.ต. ได้มีการตรวจสอบก่อนหรือไม่  ทำรายการซื้อขายกับใคร ยังไง  หรือเป็นการแฮ็กข้อมูลก.ล.ต.เข้ามา  ” แหล่งข่าวกล่าว

ขณะเดียวกัน วันนี้ ( 7 ก.ค.) ที่สื่อต่าง ๆ เรียกร้องให้สำนักงาน ก.ล.ต. แถลงชี้แจง เพราะ “สุภาพร” เป็นที่สนใจของนักลงทุน แต่ก.ล.ต. ย้ำอยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึก ซึ่งไม่รู้ว่าการตรวจเชิงลึกจะเสร็จกี่โมง

ด้านบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป (MAJOR)  ชี้แจงว่า เมื่อ 29 มิ.ย.2569  บริษัท ฯ ได้รับรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (แบบ 59) ซึ่งระบุว่า มีบุคคลรายหนึ่งในตำแหน่งผู้บริหารชั่วคราว แจ้งการได้มาซึ่งหุ้นสามัญของบริษัทฯ จำนวน 41,132,700 หุ้น โดยระบุวันที่ทำรายการเป็นวันที่ 31 ธ.ค. 2551

ต่อมา วันที่ 2 ก.ค. 2569 บุคคลดังกล่าว ได้ยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. โดยระบุการได้มา หุ้นสามัญ  0.3776 % และหุ้นบุริมสิทธิป  4.6400% ส่งผลให้ถือหุ้นภายหลังการได้มา 9.9906%

บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า ตามหมายเหตุที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. สำหรับแบบ 246-2 ดังกล่าว ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งหมายความว่าข้อมูลในรายงานอาจยังไม่ครบถ้วน และ/หรืออยู่ระหว่างการสอบทาน

นอกจากนี้ บริษัทฯ พบข้อสังเกตว่า ข้อมูลในแบบ 246-2 ดังกล่าว อาจมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากบริษัทฯ ไม่เคยเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิแก่บุคคลเป็นการทั่วไป และในปัจจุบันบริษัทฯ ไม่มีหุ้นบุริมสิทธิคงเหลืออยู่แล้ว

อีกทั้ง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในบริษัทฯ พบว่า บุคคลผู้ยื่นแบบรายงานดังกล่าวมิได้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัทฯ และไม่มีรายชื่อเป็นบุคคลที่บริษัทฯ ได้ขึ้นทะเบียนไว้ในระบบบัญชีรายชื่อบุคคล (Whitelist) ของ ก.ล.ต. แต่อย่างใด

บริษัทฯ จึงได้แจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 และได้รับแจ้งว่า สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้ยื่นแบบรายงานดังกล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบและสอบทานข้อมูลโดยสำนักงาน ก.ล.ต.