HoonSmart.com>> บลจ.วรรณ เปิดขายกองทุน ONE-SINGEQ-UH ระหว่าง 7-16 ก.ค.นี้ แนะใช้เป็นทางเลือกกระจายพอร์ตหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และ AI สู่ “ตลาดหุ้นสิงคโปร์” รับแรงหนุนปฏิรูปตลาดทุนครั้งใหญ่ จากโครงการ Equity Market Development Programme (EQDP) ผ่านธนาคารกลางสิงคโปร์ เพิ่มสภาพคล่องของตลาดทุน

นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนทั่วโลกให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI อย่างมาก ส่งผลให้พอร์ตการลงทุนจำนวนไม่น้อยมีการกระจุกตัวในหุ้นเติบโต (Growth Stocks) ขณะที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์กลับเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ถูกมองข้าม แม้จะมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพสูง ตั้งแต่ปี 2000 เศรษฐกิจสิงคโปร์เติบโตเฉลี่ย 4.8% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ย GDP โลกที่ 3.5% อีกทั้ง ในเดือนเมษายนปีนี้ อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 1.4% และค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) แข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินเชิงรุกของธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS)
“จุดเด่นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ซึ่งเป็นธีมการเติบโตระยะยาวที่สำคัญ แต่หุ้นกลุ่มดังกล่าวมีความผันผวนสูงและอาจปรับฐานรุนแรงเมื่อเกิดปัจจัยลบหรือความคาดหวังที่ไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมองว่าตลาดหุ้นสิงคโปร์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการกระจายความเสี่ยง เนื่องจากเป็นตลาดหุ้นคุณภาพในประเทศพัฒนาแล้วที่มีบทบาทเป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในช่วงที่เกิดวิกฤตหรือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดหุ้นสิงคโปร์มักปรับตัวลดลงน้อยกว่าหลายตลาดในภูมิภาค” นายพจน์กล่าว
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ บลจ.วรรณ มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นสิงคโปร์ คือการดำเนินโครงการ Equity Market Development Programme (EQDP) ของ ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ซึ่งถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ในการยกระดับความน่าสนใจของตลาดทุนและปลดล็อกมูลค่าหุ้นสิงคโปร์ในระยะยาว ผ่านงบประมาณสนับสนุนกว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และการดึงเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันและ Family Office เพิ่มเติมอีกกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์
จากสถิติในอดีต หลังการประกาศปฏิรูปตลาดทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น โดยผลตอบแทนของหุ้นนับตั้งแต่วันที่ประกาศมาตรการปฏิรูปตลาดทุนเกาหลี (17 มกราคม 2567) และญี่ปุ่น (31 มีนาคม 2566) จนถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2569 พบว่า ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 283.11% ดัชนี Nikkei225 ของญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น 172.77% และขณะที่ดัชนี STI ของสิงคโปร์ (ประกาศมาตรการวันที่ 2 สิงหาคม 2567) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 69.62% โดย บลจ.วรรณ มองว่าตลาดหุ้นสิงคโปร์มีศักยภาพที่จะได้รับผลตอบรับเชิงบวกในลักษณะเดียวกัน
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น บลจ.วรรณ มองเป็นโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ผ่านกองทุนเปิด วรรณ หุ้นสิงคโปร์ (ONE-SINGEQ) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Feeder Fund ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Fullerton Singapore Value-Up Fund บริหารโดย Fullerton Fund Management ประเทศสิงคโปร์ โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาด Singapore Exchange (SGX-ST) ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ครอบคลุมหุ้นทุกขนาดทั้ง Large Cap, Mid Cap และ Small Cap โดยกองทุนแบ่งเป็น 2 ชนิดหน่วยลงทุน ได้แก่ ONE-SINGEQ-UH ซึ่งไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยจะเปิดเสนอขาย 7–16 กรกฎาคม 2569 และ ONE-SINGEQ-H ซึ่งมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนจะเปิดเสนอขายในลำดับถัดไป
“ONE-SINGEQ เป็นจังหวะให้เข้าถึงตลาดหุ้นสิงคโปร์ผ่านผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี โดย Fullerton เป็นหนึ่งใน 9 บริษัทจัดการกองทุนที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ EQDP โดยทาง Fullerton คาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในสิงคโปร์จะเติบโตเฉลี่ย 8-12% ต่อปีในปี 2569 ทั้งนี้ ONE-SINGEQ-UH เหมาะสำหรับเป็นกองทุนเสริม (Satellite Portfolio) เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงจากพอร์ตหลักที่อาจมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีหรือ AI สูงเกินไป และควรถือครองอย่างน้อย 3 ปี เพื่อรับประโยชน์จากการปฏิรูปตลาดทุนและการปลดล็อกมูลค่าหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในระยะยาว” นายพจน์กล่าว
นาย Mark Yuen ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน Fullerton Fund Management กล่าวว่า สำหรับนักลงทุนไทย กองทุนนี้เปิดโอกาสให้เข้าถึงตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว (Developed Market) คุณภาพสูงในภูมิภาคเอเชีย กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลักมุ่งคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนในสิงคโปร์ที่มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่า (Value Enhancement) อย่างชัดเจน ผ่านการจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) ที่มีประสิทธิภาพ การยกระดับผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น และการดำเนินการเชิงกลยุทธ์ของบริษัท (Corporate Actions) ที่สามารถปลดล็อกมูลค่าของกิจการได้ในระยะยาว นอกจากนี้ กองทุนยังลงทุนอย่างคัดสรรในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของบริษัทแต่ละแห่ง
ขณะที่ นาย Ng Yao Loong หัวหน้าฝ่าย Global Financial Markets จาก SGX Group กล่าวว่า การเปิดตัวกองทุน ONE-SINGEQ ในประเทศไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างตลาดทุนในภูมิภาคอาเซียนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุน ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสิงคโปร์พร้อมเดินหน้าสนับสนุนความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับการเข้าถึงการลงทุนในหุ้นอาเซียนสำหรับนักลงทุนทั่วทั้งภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
