KTAM ปักธง AUM ปีนี้โตแตะ 1.1 ล้านลบ. มองเป้าหุ้นไทยปี 70 ที่ 1,750 จุด

HoonSmart.com>>บลจ.กรุงไทย (KTAM ) เผย 5 เดือนแรกปี 69 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) เติบโตกว่า 4 หมื่นล้านบาท รับตลาดหุ้นทั่วโลกสดใส-หุ้นไทยพุ่ง ตั้งเป้า AUM โตต่อเนื่องสิ้นปีนี้แตะ 1.1 ล้านล้านบาท ผนึกแบงก์แม่ KTB เสิร์ฟโปรดักส์ใหม่ พร้อมบริการตอบโจทย์นักลงทุน คาดครึ่งปีหลังเปิดตัว “กองทุนโทเคนไนซ์” ส่วน “หุ้นไทย” มองเป้าปี 70 แตะ 1,750 จุด

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจ 5 เดือนแรกปี 2569 บลจ.กรุงไทย มีการเติบโตไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมจากทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้นได้ดีจากหุ้นเทคโนโลยีและตลาดหุ้นไทย ซึ่งไม่ได้เติบโตมา 3 ปี จึงเป็นตลาดแรคการ์ด ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหนุนดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น 26% ส่งผลให้ปัจจุบันมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การจัดการ (AUM) รวมของ KTAM อยู่ที่ 1,062,024 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 4.8% คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 10.1% โดยแบ่งเป็น กลุ่มธุรกิจกองทุนรวม 825,698 ล้านบาท (ส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 12.4%) กลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 172,638 ล้านบาท (ส่วนแบ่งตลาด 10.5%) และกลุ่มธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล 63,687 ล้านบาท (ส่วนแบ่งตลาด 2.9%) (ข้อมูล : AIMC ณ 30 เม.ย. 2569)

“การเติบโตของ AUM ในปีนี้น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 1.1 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2569 เติบโตประมาณ 10% จากสิ้นปีที่ผ่านมา หากตลาดไม่มีปัจจัยร้ายมากไปกว่านี้ ซึ่งเป้าหมาย AUM ไม่รวมกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่ภาครัฐมีแผนลดภาระโดยการนำ Cash Flow ของทรัพย์สินในอนาคตมาขายให้แก่กองทุนโครงสร้างฐาน เพื่อใช้ในการระดมทุน”นางชวินดา กล่าว

นางชวินดา กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการในช่วงครึ่งปีหลังนี้ KTAM ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในรูปแบบใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดแก่นักลงทุน พร้อมยึดหลักการบริหารจัดการด้วยความรอบคอบระมัดระวังภายใต้หลัก ธรรมมาภิบาล โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของนักลงทุนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญในการยกระดับการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร และบทวิเคราะห์ที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็วเท่าทันต่อสถานการณ์การลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีบัญชีผู้ติดตามผ่านช่องทาง Social Media ต่าง ๆ รวมกันกว่า 2.06 ล้านบัญชีผู้ใช้ (ข้อมูล ณ 31 พ.ค. 2569)

“เรายังคงทำงานใกล้ชิดกับธนาคารกรุงไทย (KTB) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีส่วนทำให้ KTAM เติบโตได้ดีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งทำงานร่วมกับพันธมิตรแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Fidelity พร้อมทั้งนำเสนอกองทุนและบริการอย่างครบวงจรมากขึ้น โดยในปีนี้มีแผนออกกองทุนร่วมกับ KTB เพิ่มขึ้นและออกกองทุนโทเคนไนซ์ (Tokenized Fund) ในครึ่งปีหลัง”นางชวินดา กล่าว

นางสาวอรวรรณ เกียรติพิศาลสกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานจัดการลงทุน ตราสารทุน KTAM เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในปีนี้โดดเด่นตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนพ.ค.ผลตอบแทน 26% สอดคล้องกับฟันด์โฟลว์ไหลเข้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากกำไร EPS ไตรมาส 1/69 เติบโตดีกว่าคาด จึงได้ปรับประมาณการกำไรขึ้น เป็นปัจจัยหลักทำให้หุ้นปรับตัวขึ้นมาได้ในครึ่งปีแรก พี/อีเฉลี่ย 15.6 เท่าและคาดหวังกำไรเติบโตได้ต่อเนื่องหนุนตลาดหุ้น จึงมองเป้าหมายดัชนี SET ปี 2570 มีโอกาสแตะ 1,750 จุด บน EPS ที่ 103 บาท พี/อีเฉลี่ย 17 เท่า

ด้านฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหนุนปีนี้มียอดซื้อสุทธิจาก 3 ปีต่างชาติขายไปมากแล้วและเปิดเดือนมิ.ย.เริ่มเห็นต่างชาติขายออก แต่ตลาดยังรับได้ ด้านนักลงทุนรายย่อยซื้อขายมากขึ้น หนุนวอลุ่มตลาดกลับมาเทรด 5 หมื่นล้านบาทต่อวัน จากปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาทต่อวัน หากต่างชาติไม่ได้เทขายกดเหมือนภาพ 3 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าดัชนี SET รับได้และหากตลาดหุ้นอินโดนีเซียถูกดาวน์เกรดลงก็จะดึงฟันด์โฟลว์ไหลเข้าไทยได้อีก ซึ่งเมื่อเทียบในอาเซียนถือว่าตลาดหุ้นไทยโดดเด่นที่สุด GDP เติบโตในระดับ 2% จึงมองผ่านจุดต่ำสุดแล้วและจะค่อยๆดีขึ้น โดยยังมองหุ้นบิ๊กแคปน่าสนใจ อย่างไรก็ตามกรณีดาวน์ไซด์ SET ไม่น่าจะลงลึก หากไม่มีเหตุร้ายกว่าปัจจุบัน มองการขึ้นลงของดัชนี +- 100 จุดและมองเป้าหมายปีนี้ที่ 1,600 จุด พี/อี 16 เท่า

“ตลาดหุ้นไทยไม่โตมา 3 ปี ในขณะที่การเงินการคลังของประเทศยังดี บริษัทจดทะเบียนบางกลุ่มยังมีการเติบโต แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีปัญหาเรื่อง Good Governance แต่ปัจจุบันปัญหาถูกจัดการแล้ว ด้านการเมืองแข็งแรงมีทิศทางที่ชัดเจน เศรษฐกิจไปต่อได้ งบดุลของไทยแข็งแรง ทำให้ฟันด์โฟลว์ไหลกลับ แม้ SME ถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ น้ำมันแพง ซึ่งรัฐบาลคงต้องหาทางช่วย นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยได้อานิสงส์จากตลาดหุ้นอินโดนีเซียถูกลดน้ำหนักการลงทุน ทำให้ไทยได้อานิสงส์บ้างจากฟันด์โฟลว์ไหลเข้า ที่ผ่านมาฟันด์โฟลว์เข้ามา 5 หมื่นล้านบาทและขายทำกำไรออกไปบ้างเหลือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท”นางชวินดา กล่าวเสริม

ดร.สมชัย อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน KTAM กล่าวว่า KTAM ได้ปรับคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจ (GPD) ของไทยในปีนี้จากเดิม 1.9% เป็น 2.3% ปัจจัยหนุนจากการเมืองมีเสถียรภาพ หลังนำเงินกู้มาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งออกดีขึ้นกว่าคาด ตัวเลข BOI เติบโตจึงคาดว่าการลงทุนของภาคเอกชนก็น่าจะโต และหากกำไร EPS ตลาดหุ้นโตเกิน 100 บาท จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจ แม้ภาคการท่องเที่ยวที่ผ่านมาไม่ค่อยดีนัก แต่เริ่มเห็นการฟื้นตัวแต่ยังไม่มากนัก คงต้องลุ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีของปีนี้ ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่ากนง.จะคงดอกเบี้ยระดับ 1% ตลอดปี และค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.75 บาท/ดอลลาร์

อย่างไรก็ตามมองไทยยังไม่เกิด Stagflation คาดเงินเฟ้อปีนี้อยู่่ที่ 2% ยกเว้นสงคราม ซึ่งเป็นปัจจัยลบจากผลกระทบจากตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่สูง หนี้ครัวเรือนและการสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

 
 

อ่านข่าว
https://hoonsmart.com/archives/423276