HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง ชี้เป้าหุ้นไทยแค่ “พักเพื่อไปต่อ” มอง Sell-off ทั่วโลกใกล้จบ แนะกลยุทธ์สอยหุ้นโซนกลาง-ปันผลสูง
บล.บัวหลวง ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากสัญญาณ Market Momentum ที่เริ่มอ่อนแรงลง ประกอบกับความผันผวนที่ดีดตัวสูงขึ้นจนทะลุค่าเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าดัชนีมีโอกาสเกิดภาพ Technical Rebound ได้ในระยะสั้น ก่อนที่ตลาดจะพลิกกลับไปเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ ส่วนทางด้านตลาดหุ้นไทย แม้เครื่องชี้วัดสำคัญอย่างดัชนี Bull-to-Bear, Momentum Strength และ Volume Index จะย่อตัวลงมาบ้างแล้ว แต่สัญญาณชี้ว่ายังมีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่อได้อีก ขณะที่ความผันผวนเริ่มดีดตัวขึ้นอีกครั้ง ปัจจัยลบเหล่านี้จะกลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่จำกัดอัพไซด์ของตลาด และส่งผลให้ดัชนี SET ยังไม่น่าจะสามารถฝ่าด่านแนวต้านที่ 1,620 จุดไปได้ในระยะสั้นนี้
หุ้นไทยบวกเด่นกว่าภาพรวมภูมิภาค โดยไม่ใช่แค่ DELTA CCET ที่นำมา แต่พบว่ามีการกระจายการบวกไปยังหุ้นใหญ่ เช่น ADVANC PTT KTB TTB PTTEP และที่โดดเด่นในภาพรวมกลุ่มฝั่งลบ คือ กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC IVL SCC ขณะที่เป็นแรงขายใน Domestic ชัดเจน มาพร้อม Vol ที่แรง เช่น AOT CPALL CPAXT BAM XO
วันนี้ คาดตลาดหุ้นไทยกำลังจะผ่านภาวะขายแบบหนักหน่วง “Sell-off” สินทรัพย์ทุกอย่างบนโลกนี้ และเรามองหุ้นไทย “เป็นการพักเพื่อขึ้นต่อ” ท่ามกลางแรงขายทุกอย่างในตลาดโลกชั่วขณะ คาดว่ากำลังจะยุติลงหลังจากผ่านการปรับสมดุลจากการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มของต้นทุนทางการเงิน หรือดอกเบี้ยนโยบายในแต่ละประเทศ ที่ทยอยขยับขึ้นรับมือเงินเฟ้อ เช่น ECB เมื่อวาน
ขณะที่เงินเฟ้อหลัก หรือ Core CPI ที่ไม่รวมราคาพลังงาน เช่น สหรัฐฯ รายงานออกมาต่ำกว่าคาด อาจเป็นสัญญาณชั่วคราว เพราะภาวะ Sell-off ใกล้เริ่มยุติลง ความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยอาจไม่ได้เร็ว หากไม่รวมต้นทุนพลังงาน เงินเฟ้อยังไม่เกินควบคุม หากทิศทางต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะจาก สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยังไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง ยกเว้น ยุโรป ที่ทนไม่ไหวและต้องยอมขึ้นไปแล้ว ขณะที่หลายชาติในภูมิภาคนี้ หากไม่กลัวโดนโจมตีเรื่องค่าเงิน การขยับขึ้นดอกเบี้ยไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านที่ทุกประเทศต้องเลือกใช้ ระหว่างรอการพักฐาน
เราแนะนำการเลือกสะสมหุ้นโซนกลาง ๆ ไม่เน้นโมเมนตัมราคาที่อยู่ในภาวะ Overbought (ไล่ราคามีโอกาสติดดอย) หรือ Oversold จนเกินไป (หุ้นหนักมากซื้อแล้วไม่ขึ้นสักที) และใช้พื้นฐานกำไรที่ดีไม่เปลี่ยนแปลงมากำกับการเลือกซื้อหุ้น-ราคาหุ้นปรับลดลงสวนทางกำไร (ดูจากกำไรที่เท่าเดิมเทียบปีก่อน ๆ แต่ราคาหุ้นเล่นต่ำกว่ากำไรและราคาปีก่อน ๆ)
ปัจจัยที่ต้องติดตาม คาดยังส่งผลกระทบจำกัดต่อตลาดหุ้นไทย: ได้แก่ การแทรกแซงค่าเงินของธนาคารกลางอินโดนีเซีย ขณะที่เกาหลีใต้ออกโรงเตือนการเก็งกำไรที่ผิดปกติในตลาดค่าเงินและตลาดหุ้น, ความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจอินโดนีเซีย, ผลกระทบจากการโจมตีระหว่างอิหร่านกับชาติพันธมิตรสหรัฐฯ จะยังมีอยู่เป็นระยะและไม่จบ แต่จะเริ่มส่งอิทธิพลน้อยลงต่อราคาน้ำมันตลาดโลก
ในประเทศ: ใกล้ครบกรอบวันวินิจฉัย พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท คาดจะมีความชัดเจนและเป็นบวกต่อราคาหุ้นที่เชื่อมโยง เช่น โครงการเชื่อมโยงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่พลังงานสะอาด, ตลท.หารือ ก.คลัง เร่งสรุปและรอเดินหน้าโครงการ TISA, ตลาด MAI ร่วมกับ ตลท. และสมาคม MAI จัดงานสร้างความเชื่อมั่นหาโอกาสลงทุนหุ้น MAI รวมโครงการ Jump+ ต้นเดือนหน้า หลังกลับจากโรดโชว์หุ้นใหญ่ใน ตปท.
กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้: สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง เริ่มเพิ่มประมาณการกำไร และเพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร
