ก.ล.ต.กล่าวโทษ’ยิม เลียก’ ไม่รายงานได้หุ้นVGI เกิน 5%

HoonSmart.com>>ก.ล.ต. กล่าวโทษ’ยิม เลียก’ ต่อบก.ปอศ.ในความผิดกรณีเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่แท้จริงของกองทุนแห่งหนึ่งได้มาหุ้น วีจีไอ(VGI) เกิน 5% แต่ไม่รายงานภายในระยะเวลาที่กำหนดคือ 3 วัน ถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 246 ต้องระวางโทษตามมาตรา 298 คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษนายยิม เลียก (Mr. Yim Leak) หรือนายยิม ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในความผิดกรณีนายยิม ในฐานะเจ้าของหลักทรัพย์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UBO) ของกองทุนแห่งหนึ่ง มิได้รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ประเภทหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท วีจีไอ (VGI) เมื่อการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ของกองทุนดังกล่าว ข้ามจุด  5% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการตามแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 246 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 298 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ)

ทั้งนี้ระวางโทษตามมาตรา 298  คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หรือทั้งจำทั้งปรับ

ก.ล.ต.รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2567 กองทุนแห่งหนึ่งได้มาซึ่งหุ้นเพิ่มทุน VGI ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจนเป็นการข้ามจุด 5% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ โดย ก.ล.ต. พบข้อเท็จจริงว่า กองทุนดังกล่าวมีนายยิมเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่แท้จริง ดังนั้น นายยิม จึงมีหน้าที่รายงานการได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าวตามแบบ 246-2 ต่อ ก.ล.ต. ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ได้มาหลักทรัพย์ กล่าวคือภายในวันที่ 9 ธ.ค.2567 แต่ปรากฏว่านายยิมไม่ได้ยื่นรายงานดังกล่าวต่อ ก.ล.ต. ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนดเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 246 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 298 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ประกอบกับการที่นายยิมยังมิได้รายงานแบบ 246-2 ต่อ ก.ล.ต. ทำให้ไม่แน่ชัดว่านายยิม จะรายงานแบบ 246-2 ดังกล่าวเมื่อใด ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษนายยิมต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว

เมื่อเดือนส.ค. 2567  คณะกรรมการบริษัทวีจีไอ มีมติให้ออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง ( PP)ไม่เกิน 8,805,480,334 หุ้น คิดเป็น 44.03% ของจำนวนทั้งหมด ราคาเสนอขาย 1.50 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่า 13,208 ล้านบาท ให้แก่กองทุน 4 ราย ได้แก่
กองทุน CAI Optimum Fund VCC จำนวน 2,900 ล้านหุ้น คิดเป็น 14.50%  กองทุน Si Suk Alley Limited ราว 2,805.48 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 14.03% ถือในรูปแบบ NVDR, กองทุน Opus-Chartered Issuances S.A. จำนวน 2,200 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 11% และกองทุน Asean Bounty อยู่ระหว่างจัดตั้งบริหารจัดการโดย Finansia Investment Management จำนวน 900 ล้านหุ้น หรือ 4.50% ถือหุ้นในรูปแบบ NVDR

การออกและเสนอขายหุ้น PP ครั้งนี้จะทำให้สัดส่วนหุ้น BTS ใน VGI ลดลงจาก 61.13% เหลือ 34.23% โดยยังคงเป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับ2-4 ถือโดยกองทุนเหล่านี้