HoonSmart.com>>เอเซีย พลัส ชี้ตลาดโลกเข้าโหมด “DeRisking” ผวาสงครามยืดเยื้อ-เงินเฟ้อพุ่ง 4.2% จ่อคิวขึ้นดอกเบี้ย ชูกลยุทธ์หลบภัยหุ้นปันผลสูง-ESG รับกองทุน TISA
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมการลงทุนว่า ตลาดหุ้นโลกกำลังเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก (แดงเดือด) โดยล่าสุดตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงแรงราว -1.6% ถึง -2.0% นำโดยแรงเทขายในกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางปัจจัยกดดันสำคัญที่กลับมารบกวนตลาดอีกครั้ง ได้แก่:
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่านเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ทำให้ความหวังในการหยุดยิงสั่นคลอนและเสี่ยงยืดเยื้อ ซึ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT พุ่งขึ้นยืนเหนือ 93 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
เงินเฟ้อเร่งตัวสูง: ดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือน พ.ค. 2026 ขยายตัวถึง 4.2% YoY ซึ่งเป็นการเร่งตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี โดยเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจนแซงหน้าการเติบโตของค่าจ้างแรงงาน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) กลับมาพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี
ดอกเบี้ยโลกเข้าสู่ขาขึ้น: ตลาดกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะเริ่มปรับทิศทางดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นในวันนี้ (11 มิ.ย.) ตามด้วยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 16 มิ.ย. 2026
เตือนตลาดเข้าโหมด “De-Risking” – หุ้นเทคฯ ผวา Balance Sheet Risk ฝ่ายวิจัยระบุว่า ตลาดการเงินกำลังส่งสัญญาณก้าวเข้าสู่สภาวะ “DE-RISKING MODE” หรือการเทขายเพื่อลดความเสี่ยงอย่างชัดเจน ผ่าน 3 สัญญาณเตือน ได้แก่:
Fund Flow ไหลออกหนัก: ในเดือนนี้ (MTD) เม็ดเงินต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นทั่วเอเชีย นำโดยเกาหลีใต้ (-1.4 หมื่นล้านดอลลาร์), ไต้หวัน (-1.1 หมื่นล้านดอลลาร์), อินเดีย (-4 พันล้านดอลลาร์) รวมถึงไทยที่ไหลออก -5 ล้านดอลลาร์
สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อ่อนแอ: ราคาทองคำที่เคยปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง +30% ในปีนี้ กลับเผชิญแรงเทขายอย่างหนักจนผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) พลิกกลับมาติดลบ -5.7% สะท้อนถึงความต้องการถือเงินสดเพื่อลดความเสี่ยง
เปลี่ยนมุมมองหุ้น AI สู่ Balance Sheet Risk: ตลาดเริ่มลดความสำคัญของการเติบโต (AI Growth) และหันมาระมัดระวังความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดและหนี้สินแทน ตัวอย่างเช่น หุ้น ORACLE (ORCL US) ที่แม้จะรายงานกำไรและรายได้ไตรมาส 4/2026 ดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นกลับร่วงลง -10% ในช่วง After-hours เนื่องจากบริษัทประกาศแผนระดมทุนเพิ่มอีก 4 พันล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนด้าน AI ซึ่งทำให้ตลาดกังวลเรื่องกระแสเงินสดที่ติดลบ (อย่างไรก็ตาม ความต้องการชิป AI ยังแข็งแกร่ง สะท้อนจากรายได้เดือน พ.ค. ของ TSMC ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ +30% YoY)
กลยุทธ์การลงทุน: ชูหุ้นปันผล-ESG เป็นหลุมหลบภัย (Safe Haven) เป้าหมาย TISA เมื่ออ้างอิงจากสถิติในอดีต (ช่วง ธ.ค. 2021 – มี.ค. 2022) ที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เริ่มขึ้นดอกเบี้ยก่อนหน้า FED พบว่าตลาดหุ้นโลกปรับตัวลง -7.9% แต่ตลาดหุ้นไทย (SET Index) กลับสามารถบวกสวนทางได้ +0.84% โดยเม็ดเงินมักจะไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม Defensive และ Value เช่น กลุ่มการแพทย์ (+11.97%), สื่อสาร (+8.91%), ธนาคาร, พลังงาน และพาณิชย์ ดังนั้น ท่ามกลางสภาวะความผันผวนสูง บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ให้มองหาหลุมหลบภัยในตลาดหุ้นไทย โดยมุ่งเน้นไปที่ “หุ้นปันผลสูง (High Dividend Yield) ควบคู่กับเรตติ้ง ESG ระดับ AAA” ซึ่งคาดว่าจะเป็นเป้าหมายสำคัญ (Target) สำหรับนักลงทุนสถาบันและต่างชาติ หากโครงการ TISA (Thailand Individual Savings Account) มีความคืบหน้า
กลุ่มหุ้นเป้าหมายที่โดดเด่น ได้แก่:
กลุ่มธนาคาร-ค้าปลีก: SCB, KKP, TISCO, KTB, KBANK และ HMPRO
กลุ่มพลังงานและอื่นๆ: LH, TOP, PTT, CPF และ RATCH
โดยมีหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวันคือ BLA, CPALL และ PLANB
(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำลงทุนในหุ้นที่น่าสนใจผ่าน Global Gem ประจำวัน ได้แก่ DR: PEP80 และ NIKE80)
