นักวิเคราะห์มองจุดเปลี่ยน KGEN ฟันธง ! เทิร์นอะราวด์ตั้งแต่ Q2/69

HoonSmart.com >> โบรกเกอร์ 2 ค่าย เปิดมุมมองบวก หุ้น KGEN   “บล.บัวหลวง”   จุดเปลี่ยนเริ่มต้นเมื่อโรงงานเริ่มเดินเครื่องหลังน้ำมันราคาแพง มองแรงมาที่ EV  ฟากบล.เคจีไอ มองทิศทางเดียวกัน เคลียร์ธุรกิจขาดทุนหมดแล้ว เห็นการเทิร์นอะราวด์ตั้งแต่ Q2 นี้  

ต้นสัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์หลายค่าย เยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ EV  ค่าย Chery  ซึ่ง KGEN ถือหุ้น 43.7% โดยพบว่าโรงงานได้เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา และตั้งเป้าผลิตรถยนต์ให้ได้ 40,000 คัน ในปี 2569 นี้

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง ระบุว่า  ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น คนเริ่มมองมาที่ รถยนต์ EV โดยพบว่า ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าในงาน Motor Show 2026 ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด  อัตราการยกเลิกการจองรถ EV มีแนวโน้มลดลงเหลือราว 30% จากอดีตที่เคยอยู่ราว 50% นอกจากนี้ มูลค่าซื้อขายหุ้นของ KGEN เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่า นักลงทุนเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับธีม EV อีกครั้ง

คาด KGEN เริ่มเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป ประเมินกำไรหลักรวม 4 ไตรมาสข้างหน้า ประมาณ 340 ล้านบาท  และใช้ PER ที่ 15 เท่า เพื่อสะท้อนลักษณะของหุ้น Turnaround ได้ ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 2.2 บาท  (วางจุดตัดขาดทุน 1.6 บาท)

บทวิเคราะห์ ระบุอีกว่า KGEN  มีจุดเปลี่ยนเมื่อโรงงานเริ่มเดินเครื่อง โดยไตรมาส 1/69 ยังรายงานผลขาดทุน 52 ล้านบาท เนื่องจากโรงงานผลิตรถยนต์ Omoda และ Jaecoo (OJ) ซึ่ง KGEN ถือหุ้นอยู่ 43.7% ยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มผลิตในช่วง พ.ค.ที่ผ่านมา

รถ OJ ที่จำหน่ายในประเทศไทย ยังเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่ KGEN ถือหุ้นใน ธุรกิจจัดจำหน่ายเพียง 7.69% ทำให้ได้รับประโยชน์จำกัด

อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวจะเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ 2Q26 เป็นต้นไป เมื่อโรงงานเริ่ม เดินสายการผลิตเชิงพาณิชย์ โดยเฟสแรกมีกำลังการผลิต 50,000 คันต่อปี

ปัจจุบัน บริษัทมี Backlog แล้ว  20,000 คัน ใกล้เคียงกับยอดจองในงาน Motor Show ที่อยู่ราว 22,000 คัน หากสมมติว่าบริษัทได้รับคาสั่งซื้อใหม่เพิ่มเติมอีก 20,000 คัน และมีราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ 500,000 บาทต่อคัน จะทำให้โรงงานมีรายได้ราว 20,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ การประเมินกำไรข้างต้น  ใช้สมมติฐานอัตราำไรสุทธิ (NPM) 2% สาหรับทั้งธุรกิจผลิตและธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ ซึ่งยังต่ำสะท้อนว่า ยังมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นในอนาคต ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถ Omoda และ Jaecoo ใน 1Q26 อยู่ที่ 10,858 คัน สูงกว่ายอดจดทะเบียนทั้งปี 2025 ที่ 10,613 คันแล้ว สะท้อนว่า การเติบโตของแบรนด์ยังอยู่ในช่วงเร่งตัวอย่างชัดเจน

ด้าน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)  มองโอกาสเทสต์ 2.50-2.90 บาท โดยมองว่า  KGEN เคลียร์ธุรกิจขาดทุนหมดแล้ว และไตรมาส 2/69 เริ่มกลับมาเทิร์นอะราวด์ ด้วยโรงงาน OJMT ที่เข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบตั้งแต่เดือน พ.ค. 2569 และอุปสงค์ที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้โรงงานต้องเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2 กะตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2569 เพื่อให้ส่งมอบรถยนต์ได้ตามเป้าหมายประจำปี

ประเมินว่า KGEN จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก OJMT ตามสัดส่วนการถือหุ้น 43.7% ตั้งแต่ 2Q69F เป็นต้นไป ส่งผลให้บริษัทมีโอกาส Break-even ได้ในไตรมาสนี้ และด้วย Momentum ของตลาดรถ EV ที่คาดว่าจะ ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง บวกกับการสนับสนุนจากภาครัฐ เราจึงคาดว่าผลการดำเนินงานของ KGEN จะสามารถ Turnaround เป็นกำไรได้ใน 2H69

ประเมินแนวรับ -แนวต้าน ของราคาหุ้นด้วย Technical analysis  แนวรับที่ 1.75 บาท และแนวต้าน ระยะใกล้ที่ประมาณ 1.96 – 2.10 บาท กรณี Break ผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ ประเมินว่ามีโอกาสทดสอบ แนวต้านถัดไปที่ประมาณ +/-2.50 บาท และจุดสูงเดิมที่ราว 2.90 บาท (Stop loss: 1.55 บาท)