HoonSmart.com>> ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 80 จุด Nasdaq บวก ฟื้นตัวแรงซื้อหุ้นชิป คลายกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางลง หลังอิหร่านและอิสราเอลประกาศยุติการโจมตีซึ่งกันและกัน “ราคาน้ำมันดิบ” ขยับขึ้น ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์(Dow Jones Industrial Average)วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ปิดที่ 50,786.01 จุด ลดลง 80.77 จุด หรือ -0.16% ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับขึ้น
เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มชิปที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ และคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางลงบ้างหลังจากอิหร่านและอิสราเอลประกาศว่าได้ยุติการโจมตีซึ่งกันและกันแล้ว
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,405.73 จุด เพิ่มขึ้น 21.99 จุด, +0.30%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,929.66 จุด เพิ่มขึ้น 220.23 จุด, +0.86%
การฟื้นตัวของดัชนี Nasdaq ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจาก Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia และคนอื่นๆ ชี้ว่า การร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอาจเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI)
กลุ่มเทคโนโลยีนำการปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1.5% และดัชนี Philadelphia SE Semiconductor Index พุ่งขึ้น 5.6% ฟื้นตัวจากที่ร่วงหนักเมื่อวันศุกร์ที่ทำให้มูลค่าตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ หายไปถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
หุ้น Intel เพิ่มขึ้น 11.2% หลังจากเว็บไซต์ข่าว The Information รายงานว่า Google ของ Alphabet ได้สั่งผลิตหน่วยประมวลผล Tensor Processing Unit มากกว่า 3 ล้านหน่วยในปี 2028
หุ้น Micron Technology ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำที่เป็นผู้นำตลาดกระทิงในรอบล่าสุด ปรับตัวขึ้นเกือบ 10% หลังจากร่วงลง 13% เมื่อวันศุกร์ หุ้น Nvidia เพิ่มขึ้น 2% และ Broadcom ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
หุ้น Marvell Technology พุ่งขึ้นเกือบ 10% หลังจาก S&P Dow Jones Indices ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า หุ้นของบริษัทจะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี S&P500 เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายนนี้
ริค เมคเลอร์ หุ้นส่วนของ Cherry Lane Investments ซึ่งเป็น family investment officeในเมืองนิวเวอร์นอน รัฐนิวเจอร์ซีย์ กล่าวว่า นักลงทุนกำลังมองหาโอกาสในการซื้อหุ้นราคาถูกหลังจากหุ้นเทคโนโลยีร่วงลงอย่างหนัก
บรรยากาศการซื้อขายได้รับแรงหนุนจากการยุติการโจมตีหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เรียกร้องให้ทั้งสองประเทศหยุดยิงโดยทันที การโจมตีในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาถือเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงที่สุดระหว่างอิหร่านและอิสราเอลนับตั้งแต่มีการหยุดยิงในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
กองทัพอิหร่านประกาศว่าการโจมตีอิสราเอลระลอกแรกนับตั้งแต่มีการหยุดยิงในเดือนเมษายนได้สิ้นสุดลงแล้ว อิสราเอลได้หยุดการโจมตีอิหร่านตามคำขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ
การโจมตีระหว่างสองประเทศส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 5% ในช่วงต้นวันจันทร์ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นเล็กน้อยกว่า 2% หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.3%
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงประเมินความเสี่ยงจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยและวิเคราะห์สถานการณ์การลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง แม้มุมมองทางบวกเกี่ยวกับ AI ช่วยให้ตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง แต่ความกังวลที่ยังคงอยู่เกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่านได้บดบังความเชื่อมั่นของนักลงทุน
รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคประจำเดือนพฤษภาคมที่จะออกในวันพุธนี้ อาจให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ แก่นักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านต่ออัตราเงินเฟ้อ
Citi Group เป็นบริษัทหลักทรัพย์ล่าสุดที่ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี S&P 500 ณ สิ้นปี 2026 ให้ทะลุ 8,000 จุด โดยอ้างถึงความแข็งแกร่งของผลกำไรของบริษัทและการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI
Eli Lilly ปรับขึ้น 2.3% หลังจากผลการทดลองของบริษัทยาแสดงให้เห็นว่ายาต้านโรคอ้วนรุ่นใหม่ retatrutide ช่วยลดความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ นอกเหนือจากการช่วยลดน้ำหนักและบรรเทาอาการปวดเข่า
นักลงทุนจับตาการเปิดตัวบริษัท SpaceX ของอีลอน มัสก์สู่สาธารณะในวันศุกร์ การเสนอขายหุ้นครั้งนี้คาดว่าจะเป็นหนึ่งในการเสนอขายหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวอลล์สตรีท และอาจเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของตลาดต่อแนวคิดเรื่องการประเมินมูลค่าปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ ดัชนีหุ้น STOXX 600 ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์จากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางและการเทขายหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลก และดัชนีระดับภูมิภาคหลักทั้งหมดก็อยู่ในแดนลบเช่นกัน
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 621.73 จุด ลดลง 0.93 จุด, -0.15%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,373.20 จุด เพิ่มขึ้น 5.15 จุด, +0.05%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,199.29 จุด ลดลง 18.95 จุด, -0.23%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,616.22 จุด ลดลง 142.83 จุด, -0.58%
ราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับยุโรปที่ขาดแคลนพลังงาน พุ่งขึ้นกว่า 4% หลังจากอิสราเอลและอิหร่านปะทะกันตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางในภูมิภาคตกอยู่ในความเสี่ยง และบดบังความหวังที่จะยุติความขัดแย้งในเร็ววัน
หุ้นร่วงลงในวงกว้าง โดยเฉพาะสายการบินที่อ่อนไหวต่อราคาน้ำมัน เช่น Lufthansa และ Air France ที่ราคาลดลงมากกว่า 2%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงมากที่สุด 2.1% ตามการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว และในเอเชีย
หุ้น Infineon ร่วงลง 1.7% และ BE Semiconductor ลดลง 3.8% ส่วนผู้ผลิตอุปกรณ์ AI อย่าง Legrand และ Schneider Electric ลดลงประมาณ 2% เท่ากัน
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของยุโรปปรับตัวขึ้นในไตรมาสนี้ โดยปรับขึ้นรายไตรมาสได้มากที่สุดในบรรดากลุ่ม STOXX 600
ธนาคาร Monte dei Paschi di Siena เพิ่มขึ้น 9.5% หลังจากที่ Intesa Sanpaolo ซึ่งเป็นกลุ่มธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี ประกาศข้อเสนอซื้อกิจการธนาคารคู่แข่งด้วยเงินสดและหุ้นมูลค่า 30.6 พันล้านยูโร (35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนหุ้น Intesa ลดลง 3.2%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 76 เซนต์ หรือ 0.84% ปิดที่ 91.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.25% ปิดที่ 94.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

