HoonSmart.com>>บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) มองแนวโน้มการลงทุนช่วงที่เหลืองของปีนี้ ความเสี่ยง “เงินเฟ้อ”พุ่ง กดดันการลงทุน จับตา Fed, ECB, BOE อาจคงดอกเบี้ยสูงหรือโอกาสขึ้นดอกเบี้ย ชู 6 ธีมลงทุน พร้อมกองทุนเด่นแนะนำ จัดพอร์ตลงทุน

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยมุมมองการลงทุนโดยมองปัจจัยกดดันตลาดการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี คือ ความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจกลับมา หากราคาน้ำมันยังยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่อง Energy Shock และสร้างแรงกดดันให้ธนาคารกลางหลักสำคัญ Fed, ECB และ BOE จำเป็นต้องคงดอกเบี้ยสูงหรือโอกาสขึ้นดอกเบี้ย
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาทิศทางนโยบายการเงินภายใต้ประธาน Fed คนใหม่ เควิน วอร์ซ ซึ่งให้ความสำคัฐกับการรักษาเสถียรภาพราคา ความเป็นอิสระของ Fed และการจ้างงาน ขณะที่เงินเฟ้อล่าสุดยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่คาดหวังการลดดอกเบี้ยในปีนี้ และเริ่มให้น้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ Fed อาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลัง โดยสัปดาห์นี้ตลาดจะติดตามตัวเลข PCE และ Core PCE อย่างกล้ชิด
สำหรับธีมการลงทุนแนะนำ 6 ธีม ได้แก่
1.ตราสารหนี้ (เปลี่ยนสถานะสู่ Investmant Grade) : กองทุนเด่นแนะนำ M-SMART INCOME
2.ผสมหลายสินทรัพย์ : กองทุนเด่น แนะนำ MFGALL
3.หุ้นกลุ่ม Value :กองทุนเด่น แนะนำ M-EUBANK, MJAPAN, M-VI, M-ATECH
5.ปัญญาประดิษฐ์และระบบโครงข่ายไฟฟ้า (AI and the Power Grid) : กองทุนเด่น แนะนำ M-MEM (ไม่เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป) , MGF, MRENEW, MGTECH
5.ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ : กองทุนเด่น แนะนำ IGOLD-G (ระดับความเสี่ยง 8)
6.ตลาดหุ้นเกิดใหม่ : กองทุนเด่น แนะนำ M-FREEDOM
(ข้อมูล ณ 25 พ.ค.2569)
ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นหลังสหรัฐฯและอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ ด้านหุ้นเทคโนโลยีใน NASDAQ ฟื้นตัวโดดเด่น โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง จึงแนะนำการลงทุนในกองทุน MGF ขณะที่กองทุน MGTECH ยังเปิดรับโอกาสจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดกลางและเล็กในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ Data Center และเทคโนโลยีส่งข้อมูล ที่ได้อานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยตรง
อุตสาหกรรม Memory Chips กำลังเข้าสู่รอบขาขึ้นจากความต้องการ AI และ Data Center ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อุปทานถูกควบคุมโดยผู้เล่นรายใหญ่ ไม่กี่ราย หนุนให้บริษัทมี Pricing Power สูง แนะนำกองทุน M-MEM
พร้อมกันนี้ แนะนำทยอยลงทุนกองทุน MRENEW เพื่อรับโอกาสเติบโตระยะยาวในธีมพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ที่ได้แรงหนุนจาก AI Adoption และความต้องการด้าน Energy Security ท่ามกลางราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากสงคราม
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเน้นรักษาสมดุลพอร์ตและกระจายความเสี่ยงในหลาย Asset Class เพื่อรับมือความผันผวนระยะถัดไป แนะนำกองทุน MGALL ที่ลงทุนหลากหลายทั่วโลก ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities)
ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Markets) มีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างตั้งแต่ต้นน้ำของ Value Chain ทั้ง Raw Materials, Commodities และ AI Supply Chain แนะนำกองทุน M-FREEDOM ที่คัดเลือกประเทศผ่านเกณฑ์ ‘เสรีภาพ’ เพื่อลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและ Political Risk

สำหรับมุมมอง 6-12 ดือน การลงทุนใน “หุ้น” ยังแนะนำลงทุน (Overweight) จากปัจจุบันตลาดหุ้นทั่วโลกมีระดับ Valuation ที่ตึงตัวลดลง หลังปรับฐานลงมาจากภาวะสงคราม โดยเน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นหุ้นเติบโตคุณภาพดีและธีม AI ที่มีศักยภาพเติบโต และชะลอการลงทุน (Underweight) “ตราสารหนี้” จากความเสี่ยงเงินเฟ้อทั่วโลกปรับขึ้นรอบใหม่ เพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางทั่วโลกดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายได้ลดลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ทรงตัวระดับสูง โดยเฉพาะตราสารหนี้สหรัฐฯ เน้นรักษาอายุตราสารสั้น
พร้อมกันนี้แนะนำ “ถือเงินสด” เพื่อรักษาสภาพคล่องในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เข้าซื้อสินทรัพย์ดีในราคาถูกเมื่อตลาดหุ้นปรับฐาน ช่วยให้พอร์ตมีความยืดหยุ่นและพร้อบรับทุกสถานการณ์
MFC ยังแนะนำลงทุนหุ้นสหรัฐฯ, ญี่ปุ่น และชะลอลงทุนหุ้นยุโรป ทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กดดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อ อาจทำให้ ECB ต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงงดมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาชะลอในภาคการผลิตและการค้า พร้อมกันนี้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ตลาดหุ้นจีน, อินเดียและเวียดนาม
สำหรับมุมมองตลาดหุ้นไทย คาดว่าดัชนีเคลื่อนไหว Sideways โดยได้แรงหนุนหลักมาจากกระแสความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและ AI ของโลกที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังต้องรอความชัดเจนการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน จึงแนะนำคงน้ำหนักการลงทุน (Neutral)
ส่วนสินทรัพย์ทางเลือก ทองคำ ยังแนะนำลงทุน (Overweight) รับธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นทุนสำรอง และกระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ ฯ แนวโน้มมีส่วนช่วยหนุนราคาทองคำในระยะยาว ส่วน “น้ำมัน” คงน้ำหนักการลงทุน ( (Neutral) จากแนวโน้มราคาน้ำมันแกวงตัวผันผวนสูง
