“คิงส์ฟอร์ด” คาด SET วันนี้ แนวต้าน 1,560-1,580 จุด ชู SEAFCO-BH

HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,530-1,540 จุด แนวต้าน 1,560-1,580 จุด กลยุทธ์เน้นธีมได้ผลบวกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ หุ้นเด่น SEAFCO, BH

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,530-1,540 จุด แนวต้าน 1,560-1,580 จุด แนะนำลงทุนใน Theme ที่เข้ากับมาตรการกระตุ้นของภาครัฐฯ อย่าง ค้าปลีก,ส่ง,ศูนย์การค้า CPN, CPALL, BJC, TNP, MRDIYT กลุ่มอิเล็กฯ,นิคมฯ,สาธารณูปโภค,รับเหมาฯ KCE, HANA, TEAM, AMATA, WHA, GULF, WHAUP, EASTW, CK, SEAFCO กลุ่มธนาคาร,การเงิน KBANK, BBL, TIDLOR, MTC, SINGER

ขณะที่วานนี้ SET +0.20% ดัชนียังสามารถปรับตัวขึ้นได้ต่อดีกว่าภูมิภาคแม้มีแรงสลับขายจากกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันที่ลดลง แต่มีแรงหนุนจากกลุ่มอิเล็กฯรับตัวเลขส่งออกเม.ย.69 สินค้าอิเล็กฯ+65%YoY และอยู่ในกระแส AI/Data Center โดย DELTA +1.50% ส่งผลบวกต่อ SET ราว +4.90 จุด ส่วนกลุ่มธนาคารก็มีแรงซื้อจากเป็นกลุ่มปันผลสูง และมีแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อหนุนด้วยมาตรการต่างๆของภาครัฐฯ

ขณะที่ BAY +10.26% มีปัจจัยเฉพาะตัวเสริมหลัง TIDLOR จ่ายเงินปันผลสูงที่ 0.69 บ./หุ้น ส่งผลให้คาดว่า BAY มีโอกาสจ่ายปันผลสูงตามเช่นกัน

นอกจากนี้ เม็ดเงินบางส่วนเริ่มไหลไปยังกลุ่ม Laggard เช่น กลุ่มโรงพยาบาล ด้านข้อมูลเศรฐกิจอื่น วานนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าไทยช่วง 18-24 พ.ค.69 ออกมา +11%WoW นำโดย มาเลเซีย และ อินเดีย ส่วนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 มีผู้ใช้สิทธิลงทะเบียนคึกคัก และร้านค้าเข้าร่วมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมากถึง 5.4 แสนร้านค้า

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนี DJIA -0.23%, S&P500 +0.61%, Nasdaq +1.19% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี +1.7%, กลุ่มอุตสาหกรรม +1.48% โดยหุ้นผู้ผลิตชิป Micron +19.29%, Marvell Technology +6%, AMD +7.78% รับความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนี Philadelphia SE Semiconductor Index +5.5% แตะระดับ ATH โดย Qualcomm +4.5% หลังบริษัทบรรลุข้อตกลงกับ ByteDance ในการจัดหาชิป ด้วยผลประกอบการที่สดใสและความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ช่วยชดเชยปัจจัยลบจากการเจรจาสันติภาพที่เปราะบาง หลังสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้น

สำหรับสำหรับข้อมูลเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ จาก Conference Board ปรับตัวลง 0.7 จุด อยู่ที่ 93.1 ในเดือนพ.ค.จาก 93.8 ในเดือนเม.ย.เนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ติดตามตัวเลข PCE เดือนเม.ย.ในวันพฤหัสบดีเพื่อจับสัญญาณทางด้านนโยบายการเงินของเฟด

หุ้นเด่นแนะนำวันนี้ SEAFCO* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 2.64 บาท) บริษัทมีกำไร 1Q69 ที่ 105 ล้านบาท ทรงตัว QoQ แต่พลิกกำไร YoY หนุนจากรายได้และกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น แนวโน้ม 2Q69 กำไรทิศทางขยายตัวขึ้นต่อจากการทยอยส่งมอบงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (Diaphragm Wall-กำแพงกันดินสถานี) มีมาร์จิ้นสูง (รับงานค่าแรงอย่างเดียว) และโครงการ Bangkok Mall (Phase 2) รับรู้เต็มไตรมาส โดยสิ้น 1Q69 มีมูลค่างานในมือ (Backlog) รวม 1,411 ล้านบาท

ด้วยเป้าหมายรายได้รวมของบริษัทในปี 69 ไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท อย่างไรก็ตามใน 2H69 กำไรอาจชะลอตัวลงเนื่องจากงานสายสีส้มส่งมอบจบใน 3Q69 ซึ่งการหางานใหม่มาเติมอาจยากขึ้นเนื่องจากตลาดชะลอตัวและความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ทั้งนี้อิงจาก Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69 ที่ 178 ล้านบาท +7%YoY (กำไร 1Q69 คิดเป็น 59% ของทั้งปี)

หุ้น BH (ทยอยซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 209.0 บาท) ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนเชิง Sentiment จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายขึ้น ส่วนกำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ในเกณฑ์ดีที่ 1,790 ล้านบาท (+3.24%YoY, -5.05%QoQ ) หนุนด้วยรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่ +4%YoY -7%QoQ โดยกลุ่มชาติที่โตเด่น ได้แก่ ตะวันออกกลาง +21%YoY, เมียนมา +15%YoY, บังกลาเทศ+25%YoY ด้านการดำเนินงานในช่วง 2Q69 นี้

ทางผู้บริหารมองเป้าการเติบโตของรายได้ 2Q69 ที่ราว 2% บวกลบ และยังเห็นสัญญาณที่ดีจากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เข้ามารับการรักษาหลังผ่านช่วงรอมฎอน ปัจจุบัน เราประเมินกำไรสุทธิปี 69 และ 70 ของ BH ที่ 7,895 ล้านบาท (+5YoY%) และ 8,280 ล้านบาท (+5YoY%)

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–