HoonSmart.com>>บล.ดาโอ แนะทยอยซื้อสะสมหุ้นเข้าพอร์ต เน้น กลุ่ม Anti-Commodity ได้ประโยชน์ต้นทุที่ลดลง, หุ้นจ่ายปันผลดี, หุ้นกลุ่มค้าปลีกได้อานิสงส์ไทยช่วยไทยพลัส, หุ้น Laggard “โรงแรม, ธุรกิจการบิน ,โรงไฟฟ้า” จังหวะลดน้ำหนักกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP), หุ้นโรงกลั่นน้ำมัน, ปิโตรเคมีขั้นต้น ความเสี่ยงราคาน้ำมันปรับฐานลงต่อต่อ หากเจรจาสันติภาพบรรลุข้อตกลง

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) คาดทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ดัชนีจะยังคงตอบรับทางบวกต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่าง สหรัฐฯ-อิหร่าน แม้จะมีข่าวสหรัฐฯโจมตีเรือของอิหร่านเช้านี้ก็ตาม อีกตัวแปรหน้า คือความกังวลเงินเฟ้อที่ลดลง ตลาดหุ้นไทย เริ่มมีแรงซื้อกระจายกันไปในหลายๆ กลุ่ม แม้หุ้นน้ำมัน จะเป็นผู้เสียประโยชน์จากข่าวเตรียมการหยุดยิงครั้งนี้ก็ตาม
สำหรับมุมมองทางเทคนิคคาด SET แนวโน้มยังมีความผันผวน สลับการพักตัวระหว่างทาง แนนวรับ 1,538-1,544 จุด แนวต้าน 1,557-1,564 จุด
ด้านปัจจัยในประเทศ ไทยช่วยไทยพลัส แห่ลงทะเบียนวันแรกทะลุ 23.7 ล้านคน สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก
ขณะที่ผลจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้การนำเข้าราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้น กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขขาดดุลการค้าของไทยเดือน เม.ย. แตะ 10,021 ล้านดอลลาร์ ซึ่งกว้างที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 1991 โดยยอดการนำเข้าพุ่งขึ้นถึง 45% (41,604 ล้านดอลลาร์) สูงกว่าการคาดการณ์ ขณะที่การส่งออกขยายตัวที่ 23.1% (31,583 ล้านดอลลาร์)
ด้านนายกฯ นำทีมไทยแลนด์หารือ 5 บริษัทยักษ์ฝรั่งเศส (Airbus, EssilorLuxottica, Imerys, Thales, IN Groupe) ผลักดันการลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต การเข้ามาของนักลงทุนต่างประเทศในรูปแบบ FDI จะหนุนภาพรวมการลงทุนของไทยให้สูงขึ้น โดยหุ้นที่ได้อานิสงส์เป็นลำดับต้นๆ คือกลุ่มพัฒนานิคมอุตสาหกรรม อาทิ WHA, AMATA, PIN, ROJNA
“มุมมองตลาดมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่อง หลังปัจจัยเสี่ยงระดับโลกมีความชัดเจนในเชิงผ่อนคลายมากขึ้น เวลานี้ตลาดกำลังรอดูเพียงผลการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ว่าจะลงนามได้อย่างเป็นทางการเมื่อใด รวมถึงการจับตาการปรับพอร์ตของกองทุนตามรอบ MSCI Rebalance ในวันที่ 29 พ.ค.”
กลยุทธ์หลัก นักลงทุนสามารถทยอยซื้อสะสมหุ้นเข้าพอร์ตได้ โดยเน้นคัดเลือกหุ้นกลุ่ม Anti-Commodity ที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลง, หุ้นที่จ่ายเงินปันผลดี, หุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล (ไทยช่วยไทยพลัส) รวมถึงหุ้น Laggard อาทิ โรงแรม, ธุรกิจการบิน และโรงไฟฟ้า ซึ่งเคยเป็นผู้เสียประโยชน์จากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงก่อนหน้า
การจัดการความเสี่ยง (หุ้นน้ำมันมีความเสี่ยงที่จะถูกขาย): หากการเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ราคาน้ำมันจะถูกปรับฐานลงต่อ หุ้นที่นักลงทุนควรลดการถือครอง หรือ Underweight คือกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP), หุ้นโรงกลั่นน้ำมัน และปิโตรเคมีขั้นต้น
หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ BGRIM* และ GULF* เข้ามาในพอร์ต เพื่อรับประโยชน์จาก Bond Yield ที่มีโอกาสปรับลดลงและต้นทุนพลังงานที่ถูกลง หุ้นในพอร์ตปัจจุบันประกอบด้วย: BGRIM (10%), GULF (10%), COM7* (10%), KBANK (10%), CPF* (10%), CPN (10%), WHA* (10%)
หุ้นเด่น Technical : BBIK, PLANB
