HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับ 1,510 และ 1,480 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,545 และ 1,555 เคลื่อนไหวตามตัวเลขส่งออกเดือนเม.ย. สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนค่าเงินบาท ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบเคลื่อนไหวที่ 32.20-33.00 บาท จากสัปดาห์ที่ผ่านมาแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.78 บาทต่อดอลลาร์ฯ
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย มองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (25-29 พ.ค. 2569) ว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,510 และ 1,480 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,545 และ 1,555 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนเม.ย. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคา PCE/Core PCE และยอดขายบ้านใหม่เดือนเม.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ กำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ของจีน และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ของญี่ปุ่น
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index แกว่งตัวในกรอบแคบช่วงแรก แม้จะเผชิญแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน และความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัจจัยบวกจากรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของไทยที่ออกมาดีกว่าตลาดคาด และหนุนแรงซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ นำโดยแรงซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากกระแส AI และ Data Center กลุ่มพลังงานจากอานิสงส์ของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น รวมถึงกลุ่มไฟแนนซ์หลังผู้ประกอบการรายใหญ่แห่งหนึ่งประกาศจ่ายปันผลในอัตราที่ค่อนข้างสูง
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางความคาดหวังเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ในวันศุกร์ที่ 22 พ.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,538.67 จุด เพิ่มขึ้น 1.36% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 56,293.35 ล้านบาท ลดลง 14.08% ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.54% มาปิดที่ระดับ 211.93 จุด
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 25-29 พ.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.20-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.78 บาทต่อดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับการอ่อนค่าของสกุลเงินเอเชียและการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก เนื่องจากตลาดกลับมารอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอีกครั้ง
ขณะที่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของไทยที่ออกมาดีกว่าที่คาด ยังไม่มีผลมากนักต่อการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังได้รับอานิสงส์จากการปรับสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ท่ามกลางการประเมินโอกาสความเป็นไปได้ที่เฟดจะกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดความเสี่ยงเงินเฟ้อจากผลกระทบของการเคลื่อนไหวในกรอบสูงของราคาน้ำมันในตลาดโลก
อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงอ่อนค่าและฟื้นตัวกลับมาในระหว่างสัปดาห์ได้เป็นระยะตามจังหวะการย่อตัวของราคาน้ำมัน รับความหวังต่อดีลการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ขณะที่ ทางการอิหร่านระบุว่า อิหร่านและสหรัฐฯ มีการหารือกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง
ในวันศุกร์ที่ 22 พ.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (15 พ.ค.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 18-22 พ.ค. 2569 นั้น ขายสุทธิหุ้นไทยที่ 3,038 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 2,233 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 3,342 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 1,109 ล้านบาท)
