HoonSmart.com>>ก.ล.ต. -ตลท.เดินหน้าผลักดันโครงการ TISA มุ่งยกระดับการออมสู่การลงทุนระยะยาว เพิ่มโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินของคนไทยแก่ไปต้องมีเงินใช้
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดแนวคิด “โครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (Thailand Individual Savings Account: TISA)” เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนการออมและการลงทุนระยะยาวของคนไทยทุกคน ภายใต้โครงสร้างบัญชีเดียวที่เข้าใจง่าย ยืดหยุ่น และเชื่อมโยงทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายไว้ด้วยกัน ช่วยให้คนไทยบริหารเงินระยะยาวได้อย่างเป็นระบบ เห็นภาพรวมการลงทุนของตนเองชัดเจนขึ้น เพื่อความอยู่ดีมีสุขทางการเงิน (Financial well-being) ของประชาชนและเพิ่มโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ควบคู่กับการสนับสนุนการลงทุนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
โครงการ TISA ถูกออกแบบให้เป็นกลไกสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินของคนไทย จากการออมในลักษณะพักเงิน ไปสู่การลงทุนระยะยาวอย่างมีเป้าหมาย โดยผู้ลงทุนจะได้รับคำแนะนำหรือบริการจัดการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ในการจัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงิน ระยะเวลาการลงทุน และระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล โดยโครงสร้างบัญชีเดียวของ TISA จะช่วยให้ประชาชนเห็นภาพรวมของพอร์ตการลงทุนชัดเจนขึ้น สามารถวางแผนการเงินได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดย TISA จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างวินัยการออมและการลงทุน ให้มีการออมการลงทุนสะสมเงินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณ
นอกจากนี้ เพื่อให้โครงการ TISA เป็นไปเพื่อคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง รัฐก็อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติมวงเงินสนับสนุนการออมการลงทุนแยกจากวงเงินการลงทุนที่นำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบการลงทุนเพื่อการเกษียณ แต่จะเป็นวงเงินการลงทุนที่จะได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลหรือดอกเบี้ยอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยให้แก่ประชาชนทุกคน เพื่อส่งเสริมให้คนไทยออมและลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย หรือผู้ปกครองจะใช้สำหรับการวางแผนการลงทุนให้แก่บุตรก็สามารถทำได้ ถึงแม้จะเงินที่เริ่มลงทุนในช่วงต้นอาจจะน้อย แต่หากเริ่มลงทุนเร็ว ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และได้รับคำแนะนำในการจัดสรรพอร์ตการลงทุนอย่างเหมาะสมก็ช่วยให้คนไทยสะสมความมั่งคั่งเพื่อความมั่นคงในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น
ในมิติของระบบเศรษฐกิจ TISA จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระดมทุนหรือการลงทุนภายในประเทศ โดยเปลี่ยนเงินออมของประชาชนให้เป็นเงินลงทุนระยะยาวที่สามารถสนับสนุนภาคธุรกิจและเศรษฐกิจจริง ส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่มุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับความยั่งยืน อาทิ บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ Corporate Value Up (CVUP) หรือ JUMP+ ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญหรือเด่นในเรื่องธรรมาภิบาลที่ดีที่มีแผนพัฒนาธุรกิจอย่างชัดเจน ให้ผู้ลงทุนติดตามได้ หรือส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ภาครัฐต้องการสนับสนุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ขณะเดียวกัน TISA ในฐานะแพลตฟอร์มการลงทุนระยะยาว จะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบธุรกิจด้านการเงินพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ เครื่องมือวางแผนการเงิน และระบบให้คำแนะนำที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนมากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงิน ระยะเวลาการลงทุน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และเพิ่มโอกาสในการบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาวอย่างเป็นระบบ ช่วยลดพฤติกรรมการลงทุนตามกระแสหรือแรงจูงใจระยะสั้น โดยผู้ประกอบธุรกิจมุ่งแข่งขันกันบนพื้นฐานของความเหมาะสมของคำแนะนำ คุณภาพการให้บริการ เกิดการแข่งขันการให้บริการที่ดีขึ้น ภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม ทำให้เกิดระบบนิเวศการลงทุนที่เอื้อต่อผู้ลงทุนมากขึ้น
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า แนวคิดโครงการ TISA เป็นก้าวสำคัญในการปรับเปลี่ยน landscape ของการออมและการลงทุนของประเทศ จากระบบที่มีหลายผลิตภัณฑ์และหลายเงื่อนไข ไปสู่โครงสร้างที่เรียบง่าย ชัดเจน และเชื่อมโยงกันมากขึ้น ภายใต้บัญชีเดียวที่สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้ทุกกลุ่มและครอบคลุมทุกช่วงชีวิต โดย TISA จะช่วยให้คนไทยบริหารเงินออมและการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถปรับพอร์ตให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงิน ระยะเวลาการลงทุน และสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา ด้วยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต.
ก.ล.ต. เชื่อว่า TISA จะช่วยยกระดับคุณภาพของการออมการลงทุน ให้เป็นการออมการลงทุนที่มีเป้าหมาย มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างความมั่นคงทางการเงินได้ในระยะยาว ทั้งในระดับบุคคลและครอบครัว เพื่อความอยู่ดีมีสุขทางการเงิน (Financial well-being) ของประชาชน อันเป็นการเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแรงของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดข้อเสนอเชิงนโยบายและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อกระทรวงการคลัง โดยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการผลักดันแนวคิด TISA ให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและส่วนรวม
ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมผลักดัน“โครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (Thailand Individual Savings Account: TISA)” มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วก็เห็นด้วยในหลักการ แม้เงื่อนไขหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีในปัจจุบันอาจมีการปรับเปลี่ยนหรือลดลงเมื่อเทียบกับรูปแบบในอดีต
แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นผลักดันให้กองทุนดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมก่อน จากนั้นจึงค่อยดำเนินการปรับปรุงรายละเอียดในภายหลัง
ทั้งนี้ รูปแบบของกองทุนที่กำลังผลักดันในปัจจุบันจะเป็นการดำเนินการแบบถาวร (Permanent) ซึ่งแตกต่างจากมาตรการในอดีตที่มีกำหนดระยะเวลาจำกัด
ส่วนกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับวงเงินสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่อาจไม่ดึงดูดใจเท่าที่ควรนั้น ยอมรับว่าเงื่อนไขในอดีตอาจเคยให้สิทธิ์ในวงเงินที่สูง เช่น 500,000 ถึง 700,000 บาท แต่อาจไม่ได้ครอบคลุมเกณฑ์ด้าน ESG อย่างเต็มรูปแบบเหมือนในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาขยายสิทธิประโยชน์และโอกาสการลงทุนเพิ่มเติม ได้แก่การยกเว้นภาษีเงินปันผล (Dividend Tax Exemption) สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุน และขยายฐานผู้ลงทุน โดยเสนอให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่มีรายได้จากการทำงาน สามารถเปิดบัญชีเพื่อออมผ่านโครงการ TISA ได้
สถานการณ์ประเทศไทย ปัจจุบันได้เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยมีประชากรที่อายุเกิน 60 ปี สูงถึง 20% หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 14 ล้านคน แต่ปัญหาสำคัญคือ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่มีเงินออมเพียงพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
“คือการมีสุขภาพที่ดีสำคัญมาก ทำให้คนอายุยืน แต่หากไม่มีความมั่งคั่ง จะไม่มีเงินไว้ใช้จ่ายก็เป็นภาระด้านงบประมาณ วันนี้สังคมไทยยังถูกซ้ำเติมด้วยภาวะหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับ GDP จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยจะต้องได้รับการส่งเสริมด้านการออมเงินอย่างจริงจัง”ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ กล่าว
