LEO แกร่ง EBITDA  โต 153% ลุยพันธกิจ 3×6 Growth Matix – Jump+ 

HoonSmart.com>> LEO สุดแกร่ง  ไตรมาส 1/69  มีรายได้ 313.9 ลบ.  EBITDA  แตะ 33.5 ลบ. โต 153% จากไตรมาส 4/68  ฟากชีอีโอ “เกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์” ปักหมุดปี 69 เดินหน้ายุทธศาสตร์ 3×6 Growth Matix – Jump+  EBITDA  ดันโตตามเป้า 50-55 ล้าน หรือเพิ่มขึ้น 45% ภายในปี 2571 

เกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์

นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์  (LEO)  เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุด 31 มี.ค. 2569  บริษัทฯ มีรายได้รวม  313.9 ล้านบาท  ซึ่งสร้างการเติบโตของ EBITDA ตามแผนงาน Jump+ ที่บริษัทฯ ประกาศไว้ โดยมี EBITDA   33.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 7.5 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 4/2568 มีการเติบโตของ EBITDA ในอัตราที่สูงขึ้น  153%  และกำไรสุทธิ มีการเติบโตสูงขึ้นร้อยละ 199

ปัจจัยหลักที่  EBITDA เติบโตมาก เนื่องจากความสามารถในการผลักดันให้ธุรกิจ Non-Freight และ Non-Logistics มีการเติบโตของรายได้ต่อเนื่อง เป็นไปตามแผนธุรกิจ 3×6 Growth Matrix และตามแผนงานที่ได้ระบุไว้ในโครงการ Jump+

ธุรกิจให้เช่าพื้นที่เก็บของขนาดเล็ก (Self-Storage) และธุรกิจรับฝากตู้สินค้า (Container Depot) มีรายได้ในไตรมาส 1/2569 เท่ากับ 12.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26  เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/2568 และเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 60

นอกจากนี้ รายได้ขนส่งสินค้าทางรางของบริษัทในกลุ่ม ได้แก่ บริษัท LaneXang Express และบริษัท Sritrang-Leo Multimodal Logistics ก็มีการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 23 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างไตรมาส 1/2569 กับไตรมาส 4/2568

ทั้งนี้ รายได้หลักมาจากค่าบริการอื่น ๆ ที่สูงกว่าไตรมาส 1/2568 ได้แก่ ค่าขนส่งทางอากาศ และบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร เนื่องจากภาวะสงครามทำให้เกิดการชะงักงัน ในการขนส่งสินค้าทางเรือที่ต้องผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ

ส่งผลความต้องการส่งสินค้าทางอากาศไปในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มมากขึ้น และอัตราค่าระวางก็มีการปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงบริษัทฯ มีรายได้จากงานขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ (Heavy Lift & Project Cargoes)  ส่งผลให้รายได้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรมีการเติบโต

โดยรายได้จากธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ และการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร มีรายได้เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2568 ร้อยละ 12.5 บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/2569 เท่ากับร้อยละ 32 ซึ่งเท่ากับไตรมาส 4/2568 แต่สูงกว่าไตรมาส 1/2568 ที่อยู่ที่ระดับร้อยละ 30

“เนื่องจากสภาวะการส่งออกนำเข้าในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ปี 2569 มีการชะลอตัวลงจากสภาวะเศรษฐกิจโลก แต่บริษัทฯ เริ่มได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของค่าระวางเนื่องจากสภาวะสงครามอิหร่าน-สหรัฐอเมริกาในช่วงเดือนมีนาคม จึงทำให้รายได้รวมลดลงจากไตรมาส 1/2568 เพียงเล็กน้อย และคาดว่าผลกระทบเชิงบวกนี้จะดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อย 6 เดือนภายในปี 2569 ทำให้อัตราค่าระวางอยู่ระดับสูง และทำให้บริษัทฯ มีโอกาสในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้นตามอัตราค่าระวางที่สูงขึ้น” นายเกตติวิทย์ กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจปี 2569 LEO เดินหน้ายุทธศาสตร์การเติบโต 3 ด้าน 6 มิติ ( 3×6 Growth Matrix) เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 36 ปีของการดำเนินธุรกิจของ LEO ในปี 2569 นี้ รวมถึงการผลักดันแผนการสร้างมูลค่าเพิ่มและการเติบโตของธุรกิจตามแผนงาน Jump+ เพื่อสร้างการเติบโต EBITDA ของบริษัทขึ้น 45% หรือ 50-55 ล้านบาทภายในปี 2571 และเป็นการเติบโตที่ให้ความสำคัญในเรื่อง Profitability, Efficiency, Stability ควบคู่กับความมีธรรมาภิบาล การดูสิ่งแวดล้อมและสังคม

“ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา บริษัทฯ ก็ยังมีความมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันให้รายได้ ผลการดำเนินงาน และ EBITDA ของบริษัทฯ ในปี 2569 ให้มีการเติบโตตามแผนงาน “3×6 Growth Matrix” เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 36 ปี รวมถึงบรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้ในแผนไว้ตามโครงการ Jump+ ได้อย่างแน่นอน” นายเกตติวิทย์ กล่าวในที่สุด